ถึง Clubhouse จะได้ชื่อว่าเป็นโซเชียลแนวใหม่ที่ฮอตสุดในไตรมาสแรกของปี

แต่ ชาน ปูริ (Shaan Puri) นักลงทุน VC ที่คร่ำหวอดในซิลิคอน วัลลีย์ กลับไม่คิดว่าตัวแพลตฟอร์มจะยืนหยัดได้ในระยะยาว

เขาทวีตไว้ตั้งแต่เมื่อกลางเดือนมีนาคม ว่าสุดท้ายจะมีแค่ตัวไอเดียเท่านั้นที่ได้ไปต่อ บนแพลตฟอร์มที่ใหญ่กว่า

ไม่นานหลังจาก ปูริ ทวีตไป Twitter ก็เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่ชื่อ Spaces ที่ถอดแบบห้องสนทนามาจาก Clubhouse

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ก็มีรายงานจาก Bloomberg ว่ามีการเจรจาเทกโอเวอร์ ระหว่างทั้งสองบริษัทเกิดขึ้นจริง แต่ตกลงกันไม่ได้

ถ้าการแข่งขันกับ Twitter ที่มีฐานผู้ใช้งานมากกว่า 30 เท่าว่ายากแล้ว

สิ่งที่ Clubhouse จะต้องเจอจากนี้ไปอาจเหนื่อยยิ่งกว่า

เมื่อ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประกาศด้วยตัวเองว่าในช่วงกลางปีนี้ Facebook จะเปิดให้ใช้งานฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่เน้นด้านเสียงมากขึ้น

4 ฟีเจอร์ใหม่ เอาใจสายออดิโอ

ณ ตอนนี้ ฟีเจอร์ด้านเสียงที่ได้รับการยืนยันว่าจะเพิ่มขึ้นมาใน Facebook มีอย่างน้อย 4 ตัวคือ

  • Live Audio Rooms ห้องสนทนาแบบ Clubhouse ซึ่งน่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงฤดูร้อนของสหรัฐฯ (มิถุนายน-สิงหาคม) แต่อาจเริ่มมีการทดสอบในกรุ๊ปต่าง ๆ ก่อน
  • Soundbites ที่เปิดให้ยูสเซอร์โพสต์คลิปเสียงสั้น ๆ บนหน้าฟีดได้ เหมือนภาพหรือวิดีโอ
  • พอดแคสต์ ที่สามารถดาวน์โหลด หรือเปิดฟังจากตัวแพลตฟอร์มได้โดยตรง
  • Boombox โปรเจกต์จากความร่วมมือกับ Spotify ที่ยูสเซอร์สามารถเลือกเปิด/ปิดหรือเปลี่ยนแทร็คที่กำลังฟังอยู่ได้ โดยไม่ต้องสลับแอป และในอนาคต จะเป็นช่องทางให้ศิลปินหรือครีเอเตอร์สามารถแชร์ผลงานได้ง่ายขึ้นด้วย

แรงบันดาลใจจาก Clubhouse

ไฮไลท์หลักของการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ 4 ตัวนี้ คงไม่พ้น Live Audio Rooms ที่หลายคนมองว่า Facebook “เอาอีกแล้ว” ในการหยิบไอเดียจากแพลตฟอร์มอื่นมาใช้

ฟิดจิ ซิโม หัวหน้าฝ่ายพัฒนาแอปของ Facebook อธิบายว่าการเพิ่มฟีเจอร์ออดิโอลงบนแพลตฟอร์ม เพราะสถิติในปีที่ผ่านมา ชี้ว่าการสนทนาด้วยเสียงมีปริมาณมากขึ้น ทั้งการโทรคุยกัน และส่งข้อความเสียง ผ่าน Messenger และ Whatsapp

ส่วนกรณีของ Clubhouse เธอก็ชื่นชมว่าเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่ง

เพราะจากประสบการณ์กว่า 10 ปีในการทำงานที่ Facebook เธอรู้ดีว่าการจะปั้นฟอร์แมตใหม่ ๆ สำหรับโซเชียลมีเดีย ไม่ใช่เรื่องง่าย

แตกต่างเหมือนกัน

Facebook นั้นขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องการหยิบไอเดียคนอื่นมาใช้

ถึงขนาดเคยเป็นประเด็นที่สมาชิกสภาคองเกรสหยิบขึ้นมาพูดถึงระหว่างการสอบสวนกรณีผูกขาดทางการค้า ร่วมกับซีอีโอของบิ๊กเทคฯ รายอื่น ๆ เมื่อกลางปีที่แล้ว

ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้นักพัฒนาอิสระ หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่มีขนาดเล็กกว่า ไม่สามารถแข่งขันกับ Facebook ได้

แต่คำตอบจาก มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก คือสิ่งที่บริษัททำ ไม่ใช่การลอกเลียน แต่เป็นการนำมาประยุกต์ หรือต่อยอด เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดีกว่า

แล้วมีอะไรบ้างที่ ฟีเจอร์ใหม่ ๆ พวกนี้ ต่างจาก Clubhouse หรือ Spaces

  • การพูดคุยในห้องสนทนา สามารถบันทึกเสียงได้ ซึ่งถูกนำไปใช้เป็นพอดแคสต์ได้
  • ฟีเจอร์ไฟล์เสียงขนาดเล็ก Soundbites จะมีอัลกอริทึมคอยคัดเลือก และแนะนำ เหมือนกับคอนเทนต์อื่น ๆ บน Facebook
  • เครื่องมือสำหรับ edit ไฟล์เสียง สำหรับ Soundbites แต่ยังไม่ระบุว่าจะถูกใส่ลงบนแพลตฟอร์มรึเปล่า
  • การหารายได้ (monetize) ในเบื้องต้น น่าจะเป็นการกดไอคอน Facebook Stars เพื่อสนับสนุนครีเอเตอร์ในห้อง ในลักษณะเดียวกับไลฟ์วิดีโอ ส่วนในอนาคต อาจมีการเก็บค่าเข้าฟัง ทั้งการซื้อแบบครั้งต่อครั้ง หรือสมัครสมาชิก รวมถึง Audio Creator Fund เพื่อจ่ายให้กับยูสเซอร์ที่สร้างคอนเทนต์สำหรับ Soundbites โดยเฉพาะ

AHEAD TAKEAWAY

Clubhouse ไม่ใช่รายแรกที่ต้องเจอกับ “การยืมไอเดีย” ของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

เพราะแม้แต่ตัว Facebook เอง ก็เคยเป็นคดีความมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก

หลังถูกฝาแฝดตระกูล วิงเคิลวอสส์ ยื่นฟ้องว่า ซัคเคอร์เบิร์ก ขโมยไอเดียโซเชียลเน็ตเวิร์คของพวกตนไปใช้

ก่อนจะยอมความกันได้ เมื่อ Facebook ยอมจ่ายค่าชดเชยให้ทั้งคู่ 65 ล้านดอลลาร์ (2,040 ล้านบาท)

ส่วนฟีเจอร์ยอดฮิตที่ยังใช้งานกันอยู่ในปัจจุบันอย่าง Stories ก็เป็นการดึงไอเดียหลักของ Snapchat โซเชียลน้องใหม่ในยุคนั้นมาใช้กันแบบดื้อ ๆ หลังข้อเสนอเทกโอเวอร์ถูกบอกปฏิเสธ (อ่านเพิ่มเติม เมื่อ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก สอนมวย อีวาน สปีเกิล แห่ง Snapchat )

นอกจากนี้ ก็ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ปังบ้าง พังบ้าง เพียงแต่ไม่เป็นประเด็นเท่ากับ Stories อีกหลายอย่าง

อาทิ Dating (จาก Tinder) Groups (Reddit) Marketplace (eBay) Gaming (Twitch) ฯลฯ

รวมถึง Reels ที่กำลังผลักดันอยู่ในปัจจุบัน ก็คือการพยายามเลียนแบบ TikTok นั่นเอง (อ่านเพิ่มเติม Facebook ฉกไอเดีย Tik Tok ปั้นแอพใหม่ หวังส่วนแบ่งตลาดวัยรุ่น)

ท้ายที่สุด เราก็ต้องยอมรับว่าในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง การเลียนแบบแต่ทำได้ดี และเข้าใจความต้องการของผู้ใช้งานได้ดีกว่า ก็สามารถทำให้คุณเป็นผู้ชนะได้

กลับกัน ถ้าสิ่งที่คุณสร้างขึ้น มีลักษณะเฉพาะตัวจริง ๆ จนยากที่จะเลียนแบบ เหมือนที่ Spotify หรือ TikTok (อ่านเพิ่มเติม ทำอย่างไร ไม่ให้คู่แข่งแซงหน้าในธุรกิจของคุณ) ทำสำเร็จ ต่อให้คู่แข่งเป็นยักษ์ใหญ่ขนาดไหน ก็ไม่สามารถเอาชนะในเกมที่คุณสร้างขึ้นได้อยู่ดี

เรียบเรียงจาก

Facebook moves into Clubhouse and Twitter territory with new audio functions

Mark Zuckerberg announces Facebook is working on a Clubhouse clone

Facebook and Spotify delve further into audio, unveil Project Boombox

10 times Facebook copied a competitor

The tech antitrust hearing was good, actually

Mark Zuckerberg was grilled over whether Facebook copied and threatened rivals, but the CEO says the social media giant just ‘adapted features’

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า