มูลค่าของบิทคอยน์ ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 252,000 บาท (7,785 ดอลลาร์) จนไปแตะที่เกือบ 2 ล้านบาท (เกือบ 65,000 ดอลลาร์) ภายในเวลาแค่ปีเดียว

คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนทั้งโลก มองข้ามสกุล บิทคอยน์ รวมถึงสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ไม่ได้อีกต่อไป

และเพื่อสำรวจมุมมองล่าสุดของคนอเมริกันที่มีต่อ คริปโตเคอร์เรนซี ในปัจจุบัน ทางเว็บไซต์ .Tech Domains ได้ทำการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,000 คน ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และสรุปออกมาเป็นข้อ ๆ ดังนี้

#1
ความเชื่อมั่นในสถาบันการเงินที่ลดลง

 

หลายปีมานี้ ความเชื่อมั่นในหน่วยงานรัฐ และสถาบันต่าง ๆ ที่ถดถอยลง ถือเป็นแนวโน้มทั่วไป ซึ่งกำลังเกิดขึ้นกับทุกที่บนโลก

เห็นได้จากรายงาน Trust Barometer ของ Edelman ที่พบว่า อัตราส่วนประชากรที่ยังเชื่อมั่นในสถาบันการเงิน ลดลงจาก 56% ในปี 2020 เหลือ 52%

ส่วน 65% ของผู้ตอบแบบสอบถามจาก .tech Domains “ค่อนข้าง” เชื่อถือในระบบการเงินแบบดั้งเดิม แต่กลุ่มที่ตอบว่าไว้วางใจมาก มีเพียงแค่ 17%

หนึ่งในปรากฎการณ์ที่ยืนยันตัวเลขเหล่านี้ คือการที่นักลงทุนรายย่อยในฟอรัม WallStreetBets ของ Reddit ร่วมกันดันราคาหุ้นของ GameStop เพื่อตอบโต้นักลงทุนสถาบัน จนฝ่ายหลังสูญเงินมหาศาล เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ขณะที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วงโควิดระบาด ก็ถูกมองว่าสุดท้ายจะนำไปสู่ปัญหาเรื้อรังในระยะยาว อย่างภาวะเงินเฟ้อ โดยบิทคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ ถูกเปรียบว่าเป้นเหมือนเสื้อชูชีพ สำหรับคนที่เตรียมพร้อม เมื่อเวลานั้นมาถึง

#2
พลังหญิง และคนรุ่นใหม่

จากผลสำรวจ พบว่าปัจจุบัน คนอเมริกัน 26% ลงทุนในคริปโต เพิ่มขึ้นจาก 15% ในปี 2020 เกือบเท่าตัว (และเกิน 3 เท่าจากปี 2018)

โดยอัตราส่วนในแต่ละเพศ พบว่าเพศชายมีค่าเฉลี่ยที่ 31% หรือเกือบ 1 ใน 3 ส่วนเพศหญิงอยู่ที่ 21%

จากตัวเลขนี้ ถึงจะดูห่างกันพอสมควร แต่ถ้าเทียบกับผลสำรวจในปีก่อน ๆ ถือว่ากลุ่มนักลงทุนหญิงมีอัตราเติบโตแบบก้าวกระโดด จากเดิมที่มีในวงการคริปโต มีนักลงทุนเพศชายจำนวนมากกว่าหญิงเกือบสองเท่า

ยิ่งไปกว่านั้น ผลการสำรวจโดย Fidelity ยังพบว่าจริง ๆ แล้ว นักลงทุนหญิงทำกำไรจากตลาดคริปโตได้เหนือกว่านักลงทุนชายด้วยซ้ำ

ในด้านกลุ่มอายุ เราจะเห็นภาพชัดขึ้น ว่าคนในกลุ่มดิจิทัลเนทีฟ คือมิลเลนเนียล และ Gen Z คือกลุ่มที่ลงทุนในคริปโตมากสุด คือ 42% และ 46% ตามลำดับ

โดยเฉพาะมิลเลนเนียล ที่ถือเงินดิจิทัลในพอร์ทถึง 25% หรือมากกว่า ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับคำแนะนำจากนักลงทุนสถาบัน ว่าควรถือในระดับ 1-5% เนื่องจากมีความผันผวนสูง

อีกข้อมูลน่าสนใจคือ ขณะที่บิทคอยน์เป็นเงินดิจิทัลที่มีการลงทุนอันดับ 1 (65%)

อันดับสองกลับเป็น โดชคอยน์ (Dogecoin) ที่ 39% แซงหน้า อีเธอเรียม ที่ 33% บิทคอยน์ แคช (32%) และ ไลท์คอยน์ (26%) ซึ่งน่าจะเป็นผลจากทวีตของ อีลอน มัสก์ ในช่วงที่ผ่านมาด้วย

#3
ลงทุนอย่างมีแบบแผน

แม้หลายคนจะปรามาสว่าคริปโตคือแชร์ลูกโซ่

และนักลงทุนส่วนใหญ่ คือพวกหวังรวยทางลัด หรือกำลังหารายได้ชดเชย เพราะผลกระทบจากโควิด-19 ในปีที่ผ่านมา (49% ยอมรับว่าการล็อคดาวน์ มีผลมากต่อการเลือกลงทุนในคริปโต)

แต่จากผลสำรวจ มีนักลงทุนเพียง 17% ที่ยอมรับว่าแทบไม่มีความรู้ หรือศึกษามาเพียงเล็กน้อย ขณะที่ 61% เป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์ในตลาดหุ้น และการลงทุนประเภทอื่น ๆ มาก่อน

และเกินกว่าครึ่ง (60%) มองตัวเองเป็นนักลงทุนระยะยาว ซึ่งพร้อมรับความผันผวนของภาวะตลาด

#4
ปัญหากับคนรอบข้าง

 

นักลงทุนคริปโต 60% ยอมรับในแบบสำรวจ ว่านี่เป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

แม้จะไม่ได้ระบุเหตุผลชัดเจน แต่ เจฟฟรีย์ ฮัลลีย์ นักวิเคราะห์อาวุโสของ Oanda Asia-Pacific เชื่อว่า อาจเกิดจากมุมมองต่อคริปโตที่ต่างกันของคนในครอบครัว

เสริมด้วยผลจากราคาของเหรียญที่มีความผันผวนตลอดเวลา

โดย 57% ของนักลงทุนกลุ่มที่มีปัญหาด้านความสัมพันธ์ ยอมรับว่าเข้าไปเช็คพอร์ท และราคาเหรียญในกระดานซื้อขาย เกินกว่าหนึ่งครั้งในแต่ละวัน

และ 30% ยอมรับว่าเข้าไปเช็คราคา อย่างน้อยวันละสามครั้ง หรือมากกว่า

#5
อาจไม่ลงทุน แต่ไม่ได้มองข้าม

ตัวเลขจากผลสำรวจยังพบข้อมูลน่าสนใจ จากกลุ่มคนที่ยังไม่ได้ลงทุนในคริปโต ว่ามีเพียง 26% เท่านั้น ที่ไม่เชื่อถือในเทคโนโลยีนี้

ขณะที่ 59% ตอบว่าที่ไม่ได้ลงทุน เพราะยังศึกษาไม่มากพอ และอีก 25% มองว่ายังไม่มีกฎหมายรองรับ

อีกตัวเลขที่บ่งบอกว่ามุมมองของคนที่ยังไม่ลงทุนในคริปโตเริ่มเปลี่ยนไป คือมีเพียง 18% ที่เชื่อว่าบิทคอยน์จะปิดที่ราคาต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์* (1.567 ล้านบาท) เมื่อสิ้นปี 2021

ส่วนกลุ่มที่เชื่อว่าราคาจะสูงกว่านั้น มีมากถึง 31%

(*ราคาเมื่อ 27 เมษายน อยู่ที่ 54,950 ดอลลาร์ / 1.722 ล้านบาท)

ส่วนปัจจัยที่จะทำให้หันมาลงทุนในด้านนี้ คือเมื่อแบรนด์ใหญ่ให้การยอมรับ 22% ตามมาด้วยคำแนะนำจากที่ปรีกษาทางการเงิน 21% และท่าทีของภาครัฐ 15%

เรียบเรียงจาก

.TECH DOMAINS CRYPTOCURRENCY REPORT: THE YEAR OF THE BITCOIN BULL

Crypto Holders Say It’s Hurt Their Personal Relationships

Edelman Trust Barometer 2021

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า