ฟู้ดแพชชั่น

ดูแลคนในองค์กรยุคโควิด ฉบับฟู้ดแพชชั่น กับคุณนาฑีรัตน์ บุญรัตน์

ในสถานการณ์ที่ร้านค้าประเภท dine-in เจอความท้าทายครั้งแล้วครั้งเล่าจากโควิด-19 การประคับประคองทั้งธุรกิจให้เดินหน้าต่อ และดูแลสภาพจิตใจของพนักงานในองค์กรให้พร้อมสู้ ไม่ใช่เรื่องง่าย

คุณนาฑีรัตน์ บุญรัตน์ SVP People Plus ของ Food Passion ซึ่งต้องดูแลความสุขของพนักงานในสังกัดกว่า 4,000 ชีวิต ทำอย่างไร เพื่อกระตุ้นให้คนเหล่านี้ ส่งต่อความสุขไปถึงคนอื่น ๆ ได้ ผ่านธุรกิจร้านอาหารอย่าง Bar.B.Q. Plaza, จุ่มแซบฮัท, Charna และ Space

มาหาคำตอบกันครับ

เกิดอะไรขึ้นกับฟู้ดแพชชั่น

ตลอดหนึ่งปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา ธุรกิจอาหารต้องเจอกับความท้าทายจากโควิดระลอกแล้วระลอกเล่า

โดยเฉพาะในกลุ่ม dine-in ที่เจอกับคำสั่งปิด-เปิด จนไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้เหมือนเดิม

“ธุรกิจของเราจากที่ลูกค้าเคยต้องมาต่อคิวหน้าร้าน เพื่อรอทานอาหาร กลายเป็นว่าจู่ ๆ ก็ถูกสั่งปิด ต้องหันมาพึ่งเดลิเวอรีแทน”

“วิธีการทำงานมันไม่มีทางทำแบบเดิมได้เลย ร้านปิด ๆ เปิด ๆ จะสื่อสารแบบเดิมก็ไม่ได้ ขายแบบเดิมก็ไม่ได้ วันนึงอาจจะเสิร์ฟสบาย ๆ อีกวันต้องมาตะโกนขายหน้าร้าน 99 บาท”

“สิ่งที่เกิดขึ้นกับพนักงานคือความรู้สึกไม่มั่นคง เพราะร้านต้องเปิด ๆ ปิด ๆ เปิดสองเดือนขายดีแล้วก็ต้องปิด ลูกค้าน้อยลง หรืออาจจะไม่มีเลย ต่อให้ที่ผ่านมา เราไม่เคยเลย์ออฟพนักงานออกแม้แต่คนเดียว แต่ในใจเค้าก็ต้องมีความกังวล”

เปลี่ยน Downturn ให้เป็น Outturn

เมื่อไม่สามารถดำเนินธุรกิจแบบเดิมได้ ทางออกของฟู้ดแพชชั่น คือมองหาโอกาสในวิกฤต เริ่มด้วยการสร้าง mindset ของคนในองค์กรใหม่ในทุกระดับ

“สิ่งที่มีการปรับมาตั้งแต่ปีที่แล้ว คือวิธีการสร้าง mindset ใหม่ คือถ้าเราเจอแบบนั้น แล้วเลือกท้อแท้ เราคงทำอะไรไม่ได้”

“คำนึงที่เราใช้คือเปลี่ยน downturn (ขาลงของธุรกิจ) ให้เป็น outturn (ผลลัพธ์) เพราะบางที มันอาจจะมีดอกไม้เล็ก ๆ โผล่ออกมาจากถนนที่ขรุขระก็ได้”

คุณนาฑีรัตน์ เล่าว่าก่อนโควิดจะระบาด การคิดโปรดักต์ใหม่ ๆ ของฟู้ดแพชชั่น ใช้เวลานานมาก ต่อให้ใช้วิธี scrum ก็ยังไม่ค่อยได้ผล

แต่สถานการณ์ปัจจุบัน บีบให้ทุกคนต้องเปลี่ยน mindset เป็นการคิดเร็วทำเร็ว และสร้างโปรดักต์ใหม่ ให้ได้ภายใน 2 สัปดาห์ จนเป็นที่มาของแคมเปญ “กระทะก้อนให้ยืม” การจับมือกับแสนสิริ ในโปรเจกต์ ‘GON Food ทัก’ หรือ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ “วีว่าพลัส” ฯลฯ

“โปรดักต์ใหม่ ๆ พวกนี้ เราใช้เวลาในการดีไซน์ไม่เกิน 2-3 สัปดาห์ แล้วก็ไม่ใช่คนเดียวที่ทำได้ คนในองค์กรทุกเลเวลก็ต้องเปลี่ยนใหม่หมด กลายเป็นว่าเราได้วิชาใหม่จากโควิดเยอะมาก”

ดูแลคนในองค์กรให้ทั่วถึง

นอกจากการคิดโปรดักท์ใหม่ ๆ แล้ว อีกสิ่งที่ฟู้ดแพชชั่นต้องทำ คือการประคับประคองคนในองค์กรกว่า 4,000 ชีวิต ควบคู่กันไป ทั้งร่างกายและจิตใจ

“อย่างแรกที่เราปักธงไว้ คือ พนักงานทุกคนต้องปลอดภัยจากโควิด ตั้งแต่วันแรกที่เรายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร จนถึงวันนี้เราก็ยังใช้เกณฑ์เดิมอยู่”

“แต่ช่วงนี้ที่คนติดเชื้อเยอะ ๆ เราไม่สามารถประเมินได้เลย ว่าพนักงานของเราปลอดภัยหรือไม่ ถ้ามีรายงานว่ามีลูกค้ากลุ่มเสี่ยง เราก็จะไม่ปิดบังข้อมูล มีการตรวจเชื้อ กักตัว กี่คนก็ต้องทำ บริษัทก็จะหาที่ตรวจที่ปลอดภัยให้ ไม่ต้องไปต่อคิว มีการทำคอนเฟอเรนซ์นั่งคุย นั่งอธิบายกันว่าจะไม่มีการโทษกัน”

“ถ้าเกิดติดขึ้นมา ก็จะต้องมีทีมงานเข้าไปดูแล ทั้งสภาพจิตใจ เรื่องเงิน เรื่องเตียง ฯลฯ”

“เรื่องการสื่อสารก็จำเป็น ผู้บริหารก็ต้องเข้า Town Hall (การประชุมระหว่างผู้บริหารกับพนักงานทั่วไป) บ่อยขึ้น ถี่มาก ประมาณ 3 สัปดาห์ต่อครั้ง”

“ที่เราพยายามดูแล คือทำให้เค้ารู้สึกว่า connect กันอยู่ แล้วข้อมูลที่จะให้ ก็ต้องโปร่งใส ชัดเจน บอกไปเลยว่าบริษัทจะทำอะไร ต้องการอะไรจากพนักงาน”

AHEAD TAKEAWAY

ใจถึงใจ : เคล็ดลับของฟู้ดแพชชั่น

เมื่อการส่งต่อความสุขคือหัวใจของฟู้ดแพชชั่น การดูแลคนในองค์กรให้ดี ในมุมของคุณนาฑีรัตน์ คือการใช้ “ใจแลกใจ”

“คือเรารู้ว่าเราทำไม่ได้ทุกอย่าง แต่เราเป็นบริษัทอาหาร อย่างน้อยเราต้องดีเรื่องนี้ให้ได้ พนักงานต้องอิ่มด้วย และอร่อยด้วย”

“ถุงยังชีพที่เราแจกให้พนักงาน ก็เป็นหมูก้อนแบบเดียวกับที่เสิร์ฟในร้าน เรื่องพวกนี้อาจจะเป็นเรื่องเล็ก แต่มัน connect ทางใจ”

ในสถานการณ์ปัจจุบัน คุณนาฑีรัตน์แนะนำว่า สิ่งที่ HR ควรคิดถึง คือทำอะไรได้บ้างให้คนในองค์กรเครียดน้อยลง ซึ่งก็มีตั้งแต่การทำท่าที่นัดกันไว้เพื่อถ่ายรูปหลังประชุม แต่งตัวเป็นสีตามธีมที่กำหนด หรือแม้แต่ทานข้าวหน้าจอร่วมกัน

หรือในช่วงที่บริษัทตัดสินใจใช้นโยบาย leave without pay เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น และบริษัทกลับมามีกำไรอีกครั้ง ก็มีการคืนเงินให้พนักงานกลุ่มนี้ตามจำนวนทั้งหมด

“อีกอย่าง คือเวลามีพนักงานมารับถุงยังชีพ เราก็จะบอกกับคนอื่น ๆ ที่กำลังคิดโปรดักต์ หรือดีลธุรกิจเสมอ ว่าสิ่งที่เรากำลังทำ คือช่วยให้พนักงานสาขากับครอบครัว
ยังมีงานทำ ยังมีกินมีใช้ได้อยู่”

“คือการทำงานแบบนี้ ในสถานการณ์นี้ อาจจะเหนื่อย แต่ถ้าเรารู้ว่าเราทำเพื่ออะไร เราจะตั้งใจทำมันมากกว่าเดิม”

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
0
Shares
Previous Article
Full Self Driving

Full Self Driving ก้าวต่อไปของ Tesla สู่โมเดลสมาชิก

Next Article
เมตาเวิร์ส

เมตาเวิร์ส โลกใบใหม่ของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก และ Facebook

Related Posts