Etran

พันธกิจสู่แบรนด์สาธารณะ ของ สรณัญช์ ชูฉัตร และ Etran

4 ปีที่แล้ว บทสัมภาษณ์แรกของ AHEAD ASIA คือการพูดคุยกับคุณเอิร์ธ สรณัญช์ ชูฉัตร นักออกแบบเจ้าของรางวัล Red Dot Design ที่เข้าสู่วงการสตาร์ทอัพ ด้วยมอเตอร์ไซค์พลังงานสะอาด Etran ที่มาพร้อมแนวคิดเพื่อสาธารณะ

(อ่านเพิ่มเติม เปลี่ยนโลกด้วยพลังงานสะอาดกับ สรณัญช์ ชูฉัตร)

ตัดกลับมาปัจจุบัน เมื่อยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ถูกมองว่าจะเป็นมาตรฐานต่อไปของอุตสาหกรรม และธุรกิจเดลิเวอรี่กำลังเฟื่องฟูสุดขีด จากผลกระทบของโควิด-19

MYRA มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพื่อการขนส่ง ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดย Etran สามารถทำยอดจองได้ทะลุหนึ่งพันคันแล้ว ซึ่ง 70% มาจากโครงการความร่วมมือกับ Robinhood แพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ของไทย

4 ปีที่ผ่านมา มีอะไรเกิดขึ้นบ้างกับผู้บุกเบิกมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของไทยรายนี้ จากยุคแรกที่เจ้าตัวนิยามว่าเหมือนชมรมนักสร้างรถ จนเป็นธุรกิจที่มีเป้าหมายสู่การเข้าตลาดหลักทรัพย์

ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันครับ

 

บทเรียนและความท้าทายที่ผ่านมา

“จาก 4 ปีก่อนกับตอนนี้คือคนละเรื่องกันเลย อุปสรรคจริง ๆ คือเราไม่ได้มี know-how ตรงนี้มากนัก วิชาในมหาวิทยาลัยก็ยังเป็นเครื่องยนต์ ICE อยู่ ไม่มีงานวิจัยเรื่องที่เราทำ”

“วันนั้นเราลองผิดลองถูกเยอะมาก โดยไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จไหม จนวันนี้พอมีทั้ง R&D และข้อมูลจากการทดสอบผู้ใช้งานต่อเนื่อง

“ผมว่าข้อมูลเรื่องมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของเราค่อนข้างดีมาก จนถึงระดับรู้แล้วว่าอะไรไม่ควรทำ (หัวเราะ) แต่เราก็ยังซนกันอยู่นะครับ”

“ถ้าเทียบกับบริษัทรถยนต์รุ่นก่อน เค้าต้องใช้เวลาหลายสิบปี กว่าจะมาถึงจุดนี้ ของเรากำลังจะเข้าปีที่ 6 แต่ก็มีองค์ความรู้ในระดับที่ผลิต mass production ได้ ผมว่าเรามาไกลมากแล้ว”

เหตุผลที่ Etran ให้ความสำคัญกับ R&D เป็นหลัก (ปัจจุบันมีอยู่ราว 15-20 คน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของบริษัทตามที่คุณเอิร์ธเล่า)

เพราะความเชื่อที่ว่าการทำธุรกิจ บริษัทควรมีทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของตัวเอง

และหัวใจสำคัญที่สุดของ EV จากการสังเกตการณ์ของคุณเอิร์ธ ก็คือแบตเตอรี่

“ผมมองว่าเรื่องนี้คือความเสี่ยงที่สุดของบริษัท เพราะถ้าเราไม่สามารถดูแลหรือควบคุมเองได้ ก็จะมีปัญหาตามมา”

การเน้นสร้างทีม R&D ช่วยให้ Etran สามารถพัฒนาแพลตฟอร์มเป็นของตัวเองที่ครอบคลุมจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่เรื่องการประกอบ ซอฟต์แวร์บริหารจัดการ จนถึงตัวสถานีสลับแบตเตอรี่

“ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เราไปได้ไกลกว่าแค่บริษัทขายรถ แต่สามารถเน้นได้ว่าความต้องการของลูกค้าคืออะไร และออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะที่สุด ในต้นทุนที่เหมาะสม”

 

พลิกมุมคิดในยุคโควิด

จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ที่รถสาธารณะ (กลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง) การระบาดของโควิดที่กระทบทุกอุตสาหกรรม รวมถึง Etran ด้วย ก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้เกิด MYRA มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในปัจจุบัน

“เอาจริง ๆ โควิด นี่คือตัวทำให้ MYRA เกิดเลยครับ”

“ตอนแรก เรื่องนี้กระทบกับการเงินของเรามาก VC ก็ชะลอการสนับสนุนไป ทั้งที่เราเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว จนช่วงก่อนสงกรานต์ปีที่แล้ว เราเห็นว่าฟู้ดเดลิเวอรี่โตขึ้น เราก็เลยคิดว่าทำไมไม่ทำรถให้กลุ่มนี้ ก็เลยเกิดเป็น MYRA ขึ้นมา”

และจากการได้เข้าร่วมโครงการ Digital Ventures Accelerator ของ SCB ก็นำไปสู่ความร่วมมือกับ Robinhood ให้คนที่ไม่มีรถเป็นของตัวเอง ก็สามารถเป็นไรเดอร์ได้ ผ่านระบบเช่า ซึ่งเป็น win-win situation สำหรับทุกฝ่าย

 

จุดยืนเรื่องแบรนด์สาธารณะไม่เคยเปลี่ยน

ในการพูดคุยครั้งก่อน คุณเอิร์ธ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Etran ว่าเกิดจากความตั้งใจที่จะทำแบรนด์เพื่อสาธารณะอย่างยั่งยืน ซี่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครทำมาก่อน

คือไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ยังรวมถึงด้านเศรษฐกิจและสังคม

คือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างงาน และรายได้ ให้ผู้ใช้มีชีวิตที่ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน

จนถึงตอนนี้ เจ้าตัวก็ยังยึดมั่นในจุดยืนนั้นเหมือนเดิม และพยายามที่จะต่อยอดความตั้งใจนี้ออกไปด้วยในทุก ๆ ด้าน

“เราพยายามทำแบรนด์ให้เกิดความยั่งยืน การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมคือหัวใจของเรา ซึ่งผมคิดว่าไม่ต้องเป็นบริษัทใหญ่ก็พูดเรื่องนี้ได้

“คือตัวรถของเรามันไม่ปล่อย CO2 อยู่แล้ว แต่ที่เราพยายามทำเพิ่ม คือแทร็ค carbon footprint ของผู้ใช้ เพื่อสร้าง incentive program ผ่านเรื่องคาร์บอนเครดิต ให้ไปถึงไรเดอร์ด้วย”

“อธิบายแบบเบสิค ก็คือเหมือนได้แต้มสะสม ซี่งเราพยายามจะทำให้มันไปถึงไรเดอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนจริง ๆ เขาขี่กันวันละ 100-200 กม.”

“ผมมองว่าตรงนี้ จะเป็นจุดสำคัญให้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามีส่วนเปลี่ยนแปลง landscape เรื่องความยั่งยืนในบ้านเรา”

“ทั้งหมดที่เราทำคือทำให้เราเป็นมากกว่าแบรนด์มอเตอร์ไซค์ แต่เป็นแบรนด์ที่ช่วยโลกใบนี้ได้”

 

ความเชื่อที่ส่งต่อสู่คนรอบข้าง

ความยากของการสร้างแบรนด์ที่ทำธุรกิจเพื่อความยั่งยืน มีมากกว่าแค่สร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดีต่อโลก แต่ยังต้องส่งต่อเรื่องวิสัยทัศน์ของแบรนด์ไปสู่ทุกระดับภายในองค์กรด้วย

“ผมจะพูดกับทีมเสมอให้ทุกคนเข้าใจ ว่าเราเป็นมากกว่ามอเตอร์ไซค์ แต่เป็นแบรนด์ที่จะสร้างอิมแพกต์ให้กับโลก ผ่านยานยนต์ไฟฟ้า”

“การจะทำได้ คุณต้องเชื่อในวัฒนธรรมองค์กรด้วย และแสดงออกในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการลดการใช้พลาสติกหรือโฟม ซึ่งเป็นความท้าทายมาก ๆ ในการทำให้คนสิบคนร้อยคน เชื่อในเรื่องเดียวกัน”

“อย่างชิ้นส่วนพลาสติก ซึ่ง PTT Global Chemical ผลิตให้ เราก็ใช้ natural fiber plastic เป็นวัตถุดิบจากมันสำปะหลัง ที่ผลิตมาเกินในระบบ เพื่อให้เห็นว่าเราไม่ได้มาสร้างขยะเพิ่มให้โลกใบนี้”

“เรายังคิดถึงเรื่อง afterlife ด้วย ว่าจะจัดการต่อยังไง คือนอกจากจะไม่เพิ่มขยะ เราก็พยายามคิดต่อด้วย ว่าจะทำยังไงให้ขยะลดลงผ่านอีโคซิสเต็มที่สร้างกันขึ้นมา”

ถามว่าทำไม Etran ถึงเลือกเดินทางนี้ คำตอบจากคุณเอิร์ธคือ ถ้าไม่มีตรงนี้ บริษัทฯ ก็อาจเป็นผู้ผลิตรายหนึ่งในท้องตลาด แต่ไม่ได้สร้างคุณค่าที่มีความแตกต่าง

โดยเฉพาะในยุคที่จีนกำลังจะเติบโตเป็นมหาอำนาจด้าน EV

“เราอาจจะแข่งกับจีนเรื่องของถูกไม่ได้ แต่เราแข่งเรื่องสิ่งแวดล้อมได้ ผมมองว่ามันเป็นโอกาสของ Etran ที่จะเปลี่ยนซัพพลายเชนในบ้านเรา ให้มุ่งหน้าไปสู่จุดนั้น”

“ที่ผ่านมา เราก็เดินสายไปต่างประเทศเยอะนะครับ ก็รู้ว่าเค้าใส่ใจเรื่องนี้กันมาก คือเทคโนโลยี EV มันได้รับการพิสูจน์แล้ว”

“แต่พอเราคุยกับเค้าเรื่อง credit program เรื่องความยั่งยืน เค้าก็ยอมรับว่าเราไม่เหมือนคนอื่น เรามีวิสัยทัศน์เรื่องนี้จริง ๆ มันไม่เหมือนแค่ขายถูก เอาวอลุ่มเป็นหลัก”

“ผมเชื่อว่ามันคงต้องใช้เวลาเป็นสิบปี กว่าจะไปถึงจุดนั้น แต่เราก็หวังว่าจะมีส่วนผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนจริง ๆ ได้”

 

ก้าวต่อไปของ Etran และ EV ไทย

นอกจากความร่วมมือกับ Robinhood แล้ว

ในเร็ว ๆ นี้ Etran ก็เตรียมจับมือเป็นพันธมิตรกับสถานีให้บริการน้ำมัน เพื่อเปิดจุดให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่ของบริษัทฯ เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ที่กำลังจะมาถึงของอุตสาหกรรมรถยนต์

“ช่วงนี้ เป็นจังหวะที่มีคนเข้ามาติดต่อเราเยอะขึ้น เพราะพอทุกอย่างมันเริ่มสุกงอมแล้ว การคุยกันก็ง่ายขึ้น”

“แต่ก่อนไม่มีใครกล้าทำกัน มันเป็นเรื่องใหม่มาก แต่ตอนนี้พอทุกคนเห็นว่าเทรนด์มันมาจริง ก็เลยอยากทดลอง เราก็เลยได้อานิสงส์ไปด้วย”

“อีกอย่างคือการที่เราเป็นแบรนด์ของคนไทย มันก็เป็นข้อได้เปรียบ ซึ่งถ้าเป็นแบรนด์ต่างชาติ จะมาทำดีลแบบพาร์ทเนอร์ชิพบางอย่างไม่ได้”

“ปั๊มน้ำมันในบ้านเรามีเป็นหมื่นแห่ง ตัวโครงสร้างพื้นฐาน EV ก็จะเดินตามรอยนั้น สามปีจากนี้ จุดชาร์จต่าง ๆ ก็น่าจะมีเป็นพัน”

“และในอนาคต เราก็มองไปถึงการเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้ Etran เป็นบริษัทที่คนไทยมาร่วมเป็นเจ้าของได้ด้วย”

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
0
Shares
Previous Article
Afterpay

รู้จัก Afterpay ฟินเทคมูลค่า 9 แสนล้าน ผู้บุกเบิกโมเดล BNPL "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง"

Next Article
AI

3 บริษัทที่จะเป็นผู้นำด้าน AI แห่งทศวรรษ

Related Posts