Boston Dynamics

อีกระดับของหุ่นยนต์รูปแบบมนุษย์ Boston Dynamics ปล่อยคลิปสาธิตหุ่นยนต์ข้ามเครื่องกีดขวางพร้อมกัน

ช่วงนี้ วงการหุ่นยนต์กลับมาคึกคักอีกครั้ง

เพราะหลังจาก Xiaomi เปิดตัว CyberDog จนทำให้คนพูดถึง Spot ของ Boston Dynamcis

เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ค่ายผู้นำด้านการผลิตหุ่นยนต์ ก็กลับมาปล่อยของบ้าง

ด้วยคลิปชื่อ Partners in Parkour สาธิตการเล่นปาร์กูร์ (Parkour) ของหุ่นยนต์รูปแบบมนุษย์ Atlas พร้อมกันสองตัว

ถึงจะกินเวลาสั้น ๆ แค่ 1 นาที แต่เป็นหลักฐานยืนยันว่า Atlas ในปัจจุบัน พัฒนามาไกลจากตอนเปิดตัวในทีแรก เมื่อหลายปีก่อนมาก

 

 

AHEAD ASIA ลองสรุปเบื้องหลังการทำงานของ Boston Dynamics ในอีกคลิปมาไว้ให้อ่านกัน

ว่าทำไมทีมพัฒนา ATLAS ถึงมองว่านี่คืออีกก้าวสำคัญของการพัฒนาหุ่นยนต์ตัวนี้

 

Boston Dynamics คือใคร?

Boston Dynamics คือผู้พัฒนาหุ่นยนต์จากสหรัฐฯ ก่อตั้งในปี 1992 โดย มาร์ค ไรเบิร์ท ศาสตราจารย์ด้านโรโบติกส์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ของคาร์เนกี เมลลอน ร่วมกับ โรเบิร์ต เพลย์เทอร์ ซีอีโอ

ปัจจุบัน Boston Dynamics เป็นบริษัทในเครือฮุนได และมีผลิตภัณฑ์ในตลาดคือ Spot หุ่นยนต์รูปแบบสุนัขเกรดอุตสาหกรรม ซึ่งเพิ่งวางขายเมื่อปีที่แล้ว

ส่วน Atlas คือหุ่นยนต์รูปแบบมนุษย์ ที่เน้นเรื่องการรับรู้ (perception system) เพื่อประมวลผลและเคลื่อนไหวตามสิ่งแวดล้อมรอบตัว

ก่อนนี้ เพลย์เทอร์ อธิบายถึง Atlas ในรายการ 60 minutes ว่าระบบของ Atlas จะรับข้อมูลจากกล้อง 3D ที่ติดตั้งไว้ 5 ตัว แล้วประมวลผลว่าตำแหน่งไหนที่ควรก้าวเท้าไป ก่อนปรับกลไกเคลื่อนไหวตามสถานการณ์ ว่าจะวิ่งหรือเดิน โดยเน้นที่การทรงตัว และรักษาสมดุล

ส่วนเรื่องที่คนกลัวว่าหุ่นยนต์เหล่านี้ จะคิดได้และกลับมาเป็นปรปักษ์กับมนุษย์

เพลย์เทอร์ ย้ำว่า Boston Dynamics ไม่ได้พัฒนา AI เพื่อมุ่งไปทางนั้น แต่เป็นลักษณะของ athletic intelligence คือด้านกายภาพที่เคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงสิ่งมีชีวิตมากที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาและ ไรเบิร์ท พยายามมาตลอดหลายสิบปี

 

ทำไมต้อง ปาร์กูร์ ?

ประเด็นที่ทีมงาน Boston Dynamics ต้องการอธิบายคือ ทำไมถึงต้องใช้ ปาร์กูร์ (Parkour – การเดินทางผ่านสิ่งแวดล้อมจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุด ด้วยวิธีที่เร็วที่สุดโดยไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือ) ในการทดสอบ Atlas

เพราะการเล่นท่ายาก อย่าง ตีลังกากลับหลัง ไม่น่าจะเหมาะกับการใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์

แต่ Atlas ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่จะวางขายทั่วไป มันถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการวิจัยโดยเฉพาะ

เบนจามิน สตีเฟนส์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ อธิบายว่าการเล่นปาร์กูร์ คือแซนด์บอกซ์ ที่เปิดโอกาสให้ทีมงานได้ทดสอบความสามารถในการเคลื่อนไหวของมัน ภายใต้สิ่งแวดล้อมหรือสถานการณ์ที่ต่างกัน

เพราะยิ่ง Atlas เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วใกล้เคียงมนุษย์มากเท่าไหร่ แปลว่ามีศักยภาพในการประยุกต์ใช้งานรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น

เพราะจุดเด่นของมนุษย์ ไม่ได้อยู่ที่ความเก่งด้านใดด้านหนึ่ง แต่เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถทำงานได้หลายอย่าง

 

สอนหุ่นยนต์ให้ตอบสนองกับสิ่งแวดล้อม

ถัดมาคือความยากที่จะทำให้ AI ใน Atlas สั่งการเคลื่อนไหวได้ต่อเนื่อง ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย

ในการเปิดตัวช่วงแรก ๆ Atlas อาจทำให้หลายคนร้องว้าว ที่เห็นมันทรงตัวด้วยแขน หรือกระโดดกลับหลัง ฯลฯ ท่าทางเหล่านั้น เกิดจากการ capture การเคลื่อนไหวต่าง ๆ และจับมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน และทำซ้ำ เพื่อปรับการทรงตัว

แต่ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองกับสิ่งแวดล้อม

 

ส่วนในการฝึกปาร์กูร์ Atlas จะปรับท่าทางของตัวเองในการปฏิบัติจากสิ่งที่มองเห็น แปลว่าไม่ได้มีการโปรแกรมการเคลื่อนไหวไว้ให้ล่วงหน้าถึงสิ่งที่หุ่นจะต้องเจอ

มีแค่เทมเพลตท่าทางที่เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมไว้ให้เลือกใช้จำนวนหนึ่ง จากคลิปจะเห็นจังหวะหนึ่งที่ Atlas ใช้มือพยุงตัวกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง (ในคลิป คือประมาณนาทีที่ 0.34-0.37)

ซึ่งตอนที่เราดูอาจจะไม่รู้สึกอะไร เพราะเป็นเรื่องง่ายสำหรับมนุษย์ ถ้าเทียบกับท่ากระโดดกลับหลัง

แต่สำหรับทีมวิจัย Atlas แล้ว นี่เป็นการพัฒนาครั้งสำคัญของตัวหุ่นยนต์ เพราะมันคือการตอบสนองกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว ว่าเมื่อเจอกับสิ่งกีดขวาง ต้องทำยังไง

บทสรุป

การถ่ายคลิปในแบบ one-shot ที่ Atlas ทั้งสองตัวทำปาร์กูร์พร้อมกัน เป็นเรื่องยากมากสำหรับทีมงาน ตลอดการถ่ายทำสองสัปดาห์ เพราะ Atlas ยังอยู่ในช่วงของการเรียนรู้

จึงมักจะสะดุดชนเครื่องกีดขวาง เสียการทางตัว หรือหงายท้อง ฯลฯ ระหว่างวิ่งไปตามเส้นทาง ยิ่งให้ Atlas สองตัว ทำปาร์กูร์พร้อมกัน โอกาสผิดพลาดยิ่งมีมากขึ้น แต่สุดท้าย ทั้งสองตัว ก็ทำสำเร็จ

ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ก็ต้องมีการปรับแต่งกันตลอดเวลา รวมถึงชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่เสียหาย ก็ต้องมีการซ่อมแซมเป็นระยะ

อย่างที่ ไรเบิร์ท ว่าไว้ใน 60 Minutes ว่ามอตโต้ของบริษัทฯ ก็คือ “สร้างขึ้นมา พังมัน และก็ซ่อมแซม” หรือ Build it, break it, fix it. จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย

ซึ่งก็คือการสร้างให้หุ่นยนต์เคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตมากที่สุด และทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างในนิยายวิทยาศาสตร์นั่นเอง

เรียบเรียงจาก
Partners in Parkour

Inside the lab: How does Atlas work?

LEAPS, BOUNDS, AND BACKFLIPS

 

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
0
Shares
Previous Article
CyberDog

วัดพลัง 2 หมาเหล็ก CyberDog ของ Xiaomi vs Spot ของ Boston Dynamics

Next Article
เทรนด์ผู้บริโภค

8 เทรนด์ผู้บริโภคยุค No Normal โดย เต็ดตรา แพ้ค

Related Posts