Altos Labs

Altos Labs สตาร์ทอัพรวมสุดยอดนักวิจัยด้านโรคชรา สนับสนุนโดย เจฟฟ์ เบโซส

เจฟฟ์ เบโซส ชายที่รวยที่สุดในโลก เจ้าของทรัพย์สินมูลค่า 6.5 ล้านล้านบาท และ ยูริ มิลเนอร์ บิลเลียนแนร์ชาวรัสเซีย ตกลงร่วมลงทุนใน Altos Labs สตาร์ทอัพ ซึ่งเกิดจากการรวบรวมผู้เชี่ยวชาญชีววิทยาสาขาต่าง ๆ จากทั่วโลกมารวมตัวกัน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วย ต้านโรคชรา และยืดอายุของมนุษย์ออกไป

 

จากอวกาศ สู่หนทางอายุยืน

เจฟฟ์ เบโซส และ ยูริ มิลเนอร์

นอกจากเทคโนโลยีด้านอวกาศแล้ว เบโซส วัย 57 ปี ก็ให้ความสนใจเทคโนโลยีที่จะช่วยยืดอายุของมนุษย์ให้ยืนยาวขึ้นเป็นพิเศษ

และเคยลงทุนกับ Unity Biotechnology ซึ่งกำลังวิจัยพัฒนายา และวิธีบำรุงร่างกายให้ปลอดโรค

ที่ผ่านมา มิลเนอร์ ก็มี Milky Way Foundation ที่ให้ทุนแก่โครงการวิจัยเทคโนโลยียืดอายุของมนุษย์ ปีละ 1 ล้านดอลลาร์ ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี

โดยมี ดร. ชินยะ ยามานากะ เจ้าของสิทธิบัตรด้านสเต็มเซลล์ใบแรกของโลก และ เจนนิเฟอร์ เดาด์นา ผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตัดต่อพันธุกรรม CRISPR เป็นที่ปรึกษา

แต่เพื่อเร่งให้เทคโนโลยีนี้ใกล้ความจริงเร็วขึ้น มิลเนอร์ จึงเลือกตั้งบริษัทเอกชน และรวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาสาขาต่าง ๆ ด้วยข้อเสนอรายได้หลักล้านดอลลาร์ มาทำงานด้านนี้โดยเฉพาะ

และได้ ริชาร์ด เคลาส์เนอร์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐฯ มาเป็นซีอีโอ

เบโซส ก็ตกลงที่จะร่วมลงทุนด้วย จนเป็นที่มาของ Altos Labs ที่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเซลล์ รีโปรแกรมมิง (cell reprogramming)

 

ดรีมทีมเทคโนโลยีต้านชรา

เซลล์ รีโปรแกรมมิง คือการเปลี่ยนสเต็มเซลล์ของอวัยวะที่โตเต็มที่ ให้มีคุณสมบัติแบบเดียวกับสเต็มเซลล์ของตัวอ่อนอีกครั้ง

เทคนิคนี้คิดค้นขึ้นโดย ดร. ยามานากะ เจ้าของรางวัลโนเบลปี 2012 ซึ่งทำงานให้กับ มิลเนอร์ และตอบรับเป็นที่ปรึกษาให้กับ Altos Labs ด้วย

เคลาส์เนอร์ ยังได้ติดต่อดึงผู้เชี่ยวชาญในสาขาอื่น ๆ ของชีววิทยามาร่วมด้วย เช่น

 

ดร. ฆวน การ์ลอส อิซปิซัว เบลมอนเต นักชีววิทยาชาวสเปน ซึ่งนำเทคนิคของ ดร. ยามานากะ ไปประยุกต์ใช้ในงานวิจัยกับหนู

ดร. สตีฟ ฮอร์วาธ ผู้พัฒนาเครื่องมือวัดอายุที่แท้จริงของคนและสัตว์ ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในงานวิจัย

ดร. ปีเตอร์ วอลเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโมเลกุล ซึ่งส่งผลต่อความจำ

ดร. โวลฟ์ ไรค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเซลล์ รีโปรแกรมมิง

และ ดร. มานูเอล เซอร์ราโน ผู้เชี่ยวชาญด้านเซลล์มะเร็ง

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ดร. เซอร์ราโน น่าจะได้รับข้อเสนอจาก Altos Labs สูงกว่าที่รับในปัจจุบันเป็นสิบเท่าเลยทีเดียว

 

อันตรายและศักยภาพที่มาด้วยกัน

Altos Labs จดทะเบียนทั้งในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรแล้ว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา พร้อมระดมทุนได้มากกว่า 270 ล้านดอลลาร์

โดยมีเป้าหมายหลักที่การวิจัยเทคโนโลยีชะลอความแก่โดยเฉพาะ และยังไม่เน้นเรื่องการสร้างรายได้ “ในตอนนี้”

เพราะปัจจุบัน การทำเซลล์ รีโปรแกรมมิง ยังมีผลข้างเคียงหลายด้าน

เพราะเทคนิคนี้ ไม่ใช่เป็นการย้อนวัยให้กับเซลล์ แต่เป็นการย้อนสภาพ กลับไปอยู่ในรูปของสเต็มเซลล์ จึงเปลี่ยนคุณสมบัติ หรือการทำงานที่มีอยู่ไปด้วย

และยังมีบันทึกในการทดลองของ เซอร์ราโน ว่าพบเนื้องอกเกิดขึ้น เมื่อเซลล์ของหนูกลับคืนสู่ระยะตัวอ่อน ซึ่งอันตรายเกินไป ถ้าจะลองนำมาใช้กับคนในตอนนี้

ดร. อเลฮานโดร โอกัมโป อดีตเพื่อนร่วมงานของ เบเลมอนเต ที่ซอลค์ มาก่อน เสริมว่าแนวคิดของ Altos ฟังดูน่าสนใจ แต่ยังเป็นเรื่องของความคาดหวังมากกว่า

เพราะเทคโนโลยีนี้มีความเสี่ยงสูง และห่างไกลจากการนำมาใช้กับมนุษย์มาก

ปัจจุบัน สตาร์ทอัพอื่น ๆ ที่วิจัยด้านนี้ เช่นกัน อย่าง Life Biosciences, Turn Biotechnologies, AgeX Therapeutics และ Shift Bioscience ก็ยังไม่มีรายใดนำไปใช้กับมนุษย์เลย

ขณะที่ ดร. ยามานากะ ในฐานะที่ปรึกษาของบริษัท ก็ตอบคำถามของ MIT ทางอีเมล ว่าถึงจะมีความท้าทายอีกหลายเรื่องที่ต้องเจอ แต่เทคโนโลยีนี้ก็มีศักยภาพ ที่จะนำไปต่อยอดในด้านอื่น ๆ ได้

ดร. เบลมอนเต หนึ่งในทีม Altos Labs เคยพูดว่าในอนาคต เราอาจใช้เทคโนโลยียืดอายุมนุษย์เพิ่มได้อีก 50 ปีเลยทีเดียว

เรียบเรียงจาก
Meet Silicon Valley’s latest wild bet on living forever

Why Jeff Bezos is backing this Silicon Valley scientist who is working on a cure for aging

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
0
Shares
Previous Article
SEAC

บทสรุป SEAC: Global LIVE Conference เปิดเทรนด์ผ่านมุมมองสถาบันระดับโลก

Next Article
DYL Panel

เก็บตก DYL Panel : ออกแบบชีวิตในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน

Related Posts