Binance

คุยกับ CZ ซีอีโอ Binance กับการเดินทางสู่โลกใบเดิมที่ดีขึ้น

ชางเผิง เจา “Changpeng Zhao” หรือที่คนในสายคริปโตฯ รู้จักกันในนาม “CZ” คือผู้ก่อตั้ง Binance แอปพลิเคชั่นซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล เจ้าใหญ่ที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน

CZ เริ่มก่อตั้ง Binance ในปี 2017 จากการระดมทุน ได้เงินราว 15 ล้านเหรียญ ก่อนก้าวเป็นเบอร์หนึ่งของโลกอย่างรวดเร็วในปี 2018

และมาเติบโตอย่างติดจรวดในช่วงขวบปีหลัง ทำให้บริษัทมีมูลค่าราว 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่า 1.2 ล้านล้านบาทไทย (ข้อมูลในเดือนเมษายน 2564) ไปแล้ว

แม้ทีมงาน AHEAD ASIA จะมีโอกาสได้พูดคุยแบบใกล้ชิดกับซีอีโอ วัย 44 ปีรายนี้ สั้นๆ แค่ 30 นาที แต่ก็เป็นการพูดคุยที่มีมูลค่ามหาศาลไม่แพ้แพลตฟอร์มของเขาเลย

การทรานส์ฟอร์มที่สำคัญสุดคือวันนี้และวันต่อๆไป

เมื่อถูกถามว่าจุดไหนในชีวิต คือการ Transform ครั้งสำคัญสุด

CZ ตอบว่าเขาไม่ได้มองมันเป็นจุด แต่เห็นเป็นเส้นที่ต่อเนื่อง และยังคงต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

เขาเองก็ยังสนุกที่ได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอด เพราะก็ไม่เคยบริหารบริษัทที่ใหญ่เบอร์นี้มาก่อนเหมือนกัน

 

การท่องเที่ยวคือประสบการณ์ล้ำค่า

CZ เล่าว่าในวัยเด็กเคยมีคนพูดกับเขาว่า การท่องเที่ยวคือหนึ่งในสิ่งที่มีค่าที่สุด

สำหรับเขามันเป็นจริงตามนั้น เพราะการใช้ชีวิตอยู่ในมณฑลต่าง ๆ ของจีน ก่อนจะย้ายตามพ่อมาแคนาดาเมื่ออายุ 12 ขวบ ตามด้วยโอกาสใช้ชีวิตในหลายรัฐ ทั้งในแคนาดา และสหรัฐฯ

ได้เดินทางท่องเที่ยว ทำงาน และอยู่อาศัยช่วงสั้น ๆ ในหลายที่ทั่วโลกอย่าง อเมริกาใต้ ยุโรป ตะวันออกกลาง และ เอเชีย ทำให้เขามีมุมมอง ( Perspective ) ที่หลากหลาย เป็นความเข้าใจ ที่เขานำมาใช้สร้าง Binance

แต่ที่สำคัญกว่าคือทำให้เขาซาบซึ้งกับ “ความไร้พรมแดน และเสรีภาพ” ซึ่งกลายมาเป็นค่านิยมหลัก ที่ Binance กำลังเปลี่ยนโลกการเงินในวันนี้

 

พนักงานพันหกร้อยคนทั่วโลกแต่ไม่มีสำนักงานใหญ่

CZ อธิบายว่า การที่พนักงานราว 1,600 คน WFH จากที่ต่าง ๆ ทุกมุมโลก โดยปราศจากสำนักงานใหญ่นั้น ทำให้เป็นไปไม่ได้เลย ที่จะบริหารด้วยการตั้งกฎ บังคับ หรือลงรายละเอียด ( Micro Management )

อีกนัยหนึ่ง เป็นการยึดมั่นในหลักการ Decentralize หรือ การกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นคุณสมบัติเด่นของบล็อกเชน และเป็นสิ่งที่ Binance กำลังทำกับโลกการเงินอยู่

ทำให้วัฒนธรรมองค์กรของ Binance มีความเป็น Freedom-Driven และ Autonomous สูงมาก ซึ่งแม้จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน

เพราะหลายครั้ง คนที่มาเริ่มงานกับ Binance ใหม่อาจรู้สึก ยุ่งเหยิง ( Chaotic ) และปวดหัว ( Confusing ) ซึ่งการแก้ปัญหานี้ที่ CZ เล่าให้ฟังนั้น มีสองข้อหลักๆได้แก่

1 ) การจัดสรรผลตอบแทนให้เหมาะสม

เพื่อช่วยกระตุ้นคนในองค์กรให้ทำงานหนัก ตามเป้าที่ตั้งไว้เหมือนบริษัททั่วไป ( OKR )

แต่ที่ต่างไป คือระบบการตอบแทนแบบให้เหรียญตามจำนวนผลงานแบบ ETOP : Employee Token Option Plan ( ต่างจากสตาร์ทอัพที่ให้หุ้น )

ซึ่งถ้าไม่มีเทคโนโลยีบล็อกเชน ก็ไม่สามารถทำได้ จึงใช้ตรงนี้มาเลือกรับคนที่พร้อมยอมลดเงินเดือนในตอนแรก เพื่อให้ได้ทำงานกับ Binance และมี ETOP

สอดคล้องกับทิศทางและเป้าหมายของบริษัท เพื่อคัดคนที่พร้อมทุ่มเทและเห็นภาพเดียวกัน

2 ) ยึดมั่นใน Mission Vision ของบริษัท

ที่ต้องการเปิดเสรีทางการเงินให้กับคนทั่วโลก และมีค่านิยมหรือ Value ในการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และปกป้องสินทรัพย์ของลูกค้าอย่างดีที่สุด

ซึ่งเมื่อเป้าหมาย ค่าตอบแทนชัดเจนและไปในทิศทางกันเดียวกันแล้ว

แม้จะขลุกขลักและมีความท้าทายอยู่บ้าง แต่ ณ วันนี้ มันก็ยังพอได้ผลอยู่ และโชคดีที่มีคนเชื่อใน Binance จนทำให้พวกเขามีโอกาสในคัดคนมาร่วมงาน

 

ทุกนาทีมีความหมาย

เมื่อถูกถามว่าการเป็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แถมการทำงาน ก็ทางไกลกันเบอร์นี้

ชีวิต 24 ชั่วโมงของ CZ ถูกใช้ และจัดการอย่างไร

ซีอีโอ Binance ยอมรับว่าเขาทำงาน และประชุมเยอะมากในแต่ละวัน เพราะไม่สามารถเดินมาพูดคุยหรือสื่อสารกันได้ง่าย

บางวันถึง 20 ประชุมด้วยซ้ำ ซึ่งสูตรที่ใช้แล้วได้ผลสำหรับเขา คือทุกวัน จะตื่นนอน 9 โมงเช้า และประชุมกับผู้นำในองค์กรทันที

โดยวิธีที่ช่วยให้ใช้เวลาไม่นาน คือการมีไฟล์ตรงกลางให้ผู้เข้าประชุม พิมพ์เรื่องที่ต้องคุยกันไว้ก่อน ทุกคนจะเห็นได้ และคุยไล่ตามเรื่องที่ลิสต์ไว้

ถ้าไม่มีเรื่องคุย บางครั้ง แค่ 2 นาที ก็แยกย้าย โดย CZ จะไม่แตะ Day to Day เลย

นอกจากนี้เขายังมีเทคนิค ให้ผู้ช่วยจัดให้เขาประชุมทีละยาว ๆ เพื่อพักยาวขึ้น ประชุม 3 ชั่วโมง แล้วพัก 1-2 ชั่วโมง โดยพยายามให้ประชุมแต่ละอันจบในครึ่งชั่วโมง ( ซึ่งบางครั้งก็ไม่สำเร็จ )

เมื่อประชุมครบ 6 ครั้ง เขาก็ได้พักยาวหน่อย 1-2 ชั่วโมง ถ้าง่วงนอน ก็นอนเลยตอนนี้

เขาพบว่าการประชุมรวดเดียว และมีเวลาพักมากขึ้น ทำให้ใช้เวลาช่วงพักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยในช่วงพัก

สิ่งหนึ่งที่เขาฝึกจนเป็นนิสัยในเวลาว่างคือ ใช้เวลา 10 นาที เพื่อพยายามหาเรื่องน่าสนใจ ให้ตัวเองเรียนรู้

ถ้าเจอสิ่งที่น่าสนใจ ก็จะศึกษาต่ออีกหนึ่งชั่วโมง เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อนแต่ถ้า 10 นาทีไม่เจอเรื่องน่าสนใจ ก็เลิกและไปทำอย่างอื่นทันที

 

เพื่อทำสิ่งที่มีความหมาย

ซีอีโอวัย 44 ยอมรับตรงๆว่าแม้ในช่วงเวลาว่าง สิ่งที่เขาทำ มักเกี่ยวข้องกับ Binance

แม้วันนี้เขาจะพอมีอิสรภาพทางการเงิน ไม่ต้องทำงานก็ได้ แต่เขาไม่เคยสนุกกับการไปนอนเล่นชายหาด หรือตีกอล์ฟเลย แค่ชั่วโมงเดียวก็เบื่อแล้ว

นั่นเพราะเขารู้สึกสนุกและตื่นเต้น กับการพยายามเปิดเสรีภาพทางการเงินให้คนทั่วโลก ซึ่งประเด็นนี้ CZ ย้ำว่า สำคัญมาก ๆ

เพราะในประวัติศาสตร์มันพิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าว่า ทุกครั้งที่มีการเปิดเสรีในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

เสรีภาพทางศาสนา ( Freedom of Religious )

เสรีภาพทางศึกษา ( Freedom of Education )

เสรีภาพทางการพูด ( Freedom of Speech )

มันทำให้โลกใบนี้ ดีขึ้นเสมอ

ตัวอย่างที่ ใกล้ตัวที่สุด คือ เสรีภาพทางข้อมูลข่าวสาร ( Freedom of Information ) การมีอินเตอร์เน็ต

เขาจึงรู้สึกโชคดีมาก ที่ได้มีโอกาสสร้างองค์กร ที่สามารถตัดสินใจ ทำเรื่องๆสำคัญ เพื่อผลักดันให้คน และโลกใบนี้ดีขึ้นได้ เมื่อมีเสรีภาพทางการเงิน

เหมือนที่บริษัทอย่าง Google ทำกับเรื่องข้อมูลข่าวสาร ที่ CZ ก็ยอมรับตามตรงว่า เขาชื่นชมการที่ Google กล้านำกำไรส่วนไม่น้อย ไปลงทุนกับสิ่งใหม่ ๆ ที่อาจล้มเหลวแทบทั้งหมด แต่ถ้าสำเร็จซักหนึ่งหรือสองโครงการ ก็คุ้มค่ามากพอ ซึ่งเขาก็พยายามนำวิธีการเดียวมาใช้กับ Binance

 

แม้แต่ผู้นำบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมที่ล้ำที่สุด ก็ไม่รู้ทุกเรื่องและตามโลกไม่ทัน

เมื่อถามว่าเขาตามเทคโนโลยีต่างๆ ในโลกบล็อกเชนทันได้อย่างไร มีแผนอย่างไรบ้างในอีก 5 ปี 10 ปี

CZ ยอมรับตรงๆว่าเขาเองก็ตามไม่ทัน และไม่ได้รู้ไปทุกอย่าง อย่างที่คนอื่นชอบคิดว่าเขารู้

เพราะขนาดบริษัทเขาเอง เขายังรู้แค่ 3-6 เดือนล่วงหน้าเท่านั้น ไม่สามารถมองอนาคตที่เปลี่ยนไวได้ไกลขนาดนั้น ซึ่งใน 3-6 เดือนนี้ Binance น่าจะทำอะไรเกี่ยวกับ Custodian และ NFT

แต่ CZ ยอมรับว่าจริง ๆ เขายังไม่กล้าบอกว่าตัวเองรู้เรื่อง NFT จริงๆ ด้วยซ้ำ

นั่นทำให้เขามองว่าในยุคที่ข้อมูลจำนวนมหาศาล เกิดขึ้นทุกวัน การรู้แบบเป็ดมากไป โดยไม่เชี่ยวชาญอะไรจริงๆ อาจเป็นเรื่องอันตรายได้เช่นกัน และการรู้จริงซัก 2-3 เรื่อง อาจมีประโยชน์มากกว่า

จึงไม่แปลกเมื่อถูกถามถึง Use Case ของบล็อกเชนใน B2B เขาจึงออกตัวว่า อย่าเชื่อว่าเขารู้จริงๆ เพราะเดาผิดบ่อยไป แถมมันยังอยู่ในช่วงตั้งไข่เกิน ( Very Early ) ต่างจาก B2C ที่เปิดให้ผู้ใช้ ได้ช่วยกันเป็นโหนด ซึ่งตอบโจทย์ของเทคโนโลยีมากกว่า

สุดท้าย CZ ย้ำว่า เราเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้น ของการเดินทางสู่เสรีภาพทางการเงินของโลกใบนี้เท่านั้น เทียบง่ายๆ ได้จากจำนวนคนเข้าถึงคริปโต ยังห่างจากจำนวนคนเข้าถึงอินเตอร์เน็ตลิบลับ

แต่หลายฝ่ายก็เริ่มตื่นตัวกับการเดินทางครั้งนี้ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ที่ฟินเทคปูทางไว้ดีแล้ว

และล่าสุดการที่ กลต ของไทย อนุญาตให้มีการแลกเปลี่ยน ( Exchange ) นั้นเป็นสัญญาณที่ดีมากๆ ซึ่ง CZ ยืนยันว่า เขา และ Binance จะพยายามหาวิธีมอบประสบการณ์ และบริการที่ดีกว่านี้ แก่คนไทยให้เร็วที่สุด แม้ไม่สามารถสัญญาได้ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม เพราะบางอย่างเกินการควบคุมของเขา

CZ ทิ้งท้ายด้วยการขอบคุณคนอื่น ๆ ที่เสียเวลามาร่วมฟังการพูดคุยครั้งนี้ ที่เขาไม่ได้รู้อะไรมากมายเหมือนที่คนอื่นคิดว่าเขารู้ พร้อมชวนมาเดินทางไปด้วยกัน

เพราะแม้เขากับทีมจะพยายามทำมันอย่างดี แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าดีที่สุดอยู่มาก

ดังนั้น คำติชม คำแนะนำ และการสนับสนุนจากทุกคน ย่อมมีผลกับการเดินทาง ที่อาจสำคัญที่สุดของ ชางเผิง เจา และ Binance

และนี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับ CZ ในหลักสูตรผู้นำการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล #DTXbyRISE

หากใครสนใจโปรแกรมนี้ ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ bit.ly/DTX_RISE

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
0
Shares
Previous Article
myHealthFirst

รู้จัก myHealthFirst สตาร์ทอัพเฮลธ์เทคเพื่อสุขภาพคนไทย

Next Article
NFT

หรือตลาดมีม NFT ใกล้วาย? หลังภาพ Side Eyeing Chloe ราคาตกฮวบฮาบ

Related Posts