Ascend Money

เจาะแนวคิดเบื้องหลังนวัตกรรมพลิกโฉมการเงินของ Ascend Money

ช่วงสองปีที่ผ่านมา การแพร่ระบาดของโควิดและเทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีส่วนกระตุ้นให้พฤติกรรมผู้บริโภคหลายเรื่องเปลี่ยนไป

ในบ้านเรา e-Wallet กลายเป็นตัวเลือกแรก ๆ ในการซื้อสินค้าหรือจ่ายค่าบริการต่าง ๆ ทั้งที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าไม่จำเป็น ซึ่งหากพูดถึงบรรดาผู้ให้บริการที่ช่วยให้ประเทศเราเข้าใกล้สังคมไร้เงินสดหรือ Cashless Society นั้น

คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เอ่ยถึง TrueMoney Wallet ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยบริษัทฟินเทคสัญชาติไทย อย่าง Ascend Money

 

ความสำเร็จที่ไม่ได้มาง่าย ๆ

การที่ Ascend Money มีความเกี่ยวเนื่องกับเครือธุรกิจใหญ่ อาจทำให้หลายคนสงสัย

แต่ในมุมมองของ คุณณัฐวดี แซ่เอี้ย ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และนวัตกรรมทางธุรกิจ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ซึ่งอยู่ภายใต้ แอสเซนด์ มันนี่ มองว่า การสร้างธุรกิจที่เริ่มจากแผนกเล็ก ๆ ซึ่งมีพนักงานแค่ 5 คน จนกลายเป็นอีกบริษัทที่เติบโตจนมีพนักงานมากกว่าพันคน และมีผู้ใช้บริการกว่า 23 ล้านคนในระยะเวลาเพียงแค่ 8 ปีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

เพราะย้อนกลับไปสมัยนั้น แทบไม่มีคนเข้าใจว่า ฟินเทค หรือ e-Wallet คืออะไร ดังนั้น การจะหาคนที่พร้อมสนับสนุน หรือแม้แต่สร้างโปรดักท์ จึงต้องใช้ความพยายามมากกว่าธุรกิจอื่น ๆ ที่มีตลาดและเทคโนโลยีรองรับอยู่แล้ว

 

นวัตกรรมที่ช่วยแก้ pain ponts และใช้งานง่ายคือหัวใจสำคัญ

ในส่วนนี้ คุณสถาพร คิ้วสุวรรณสุข ในฐานะผู้อำนวยการฝ่านวิศวกรรมระบบ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ได้เล่าว่า ในสมัยนั้น e-Wallet ถือเป็นนวัตกรรมใหม่มาก

ดังนั้นการที่จะสร้างระบบเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อรองรับ จึงไม่สามารถอาศัยแพลตฟอร์มสำเร็จรูปที่มีในตลาดได้ ทีมพัฒนาเทคโนโลยีของ ทรูมันนี่ ต้องสร้างมาใหม่เกือบทั้งหมด

ยิ่งตอนที่ธุรกิจเริ่มเติบโตใหม่ๆ มีช่วงที่ต้องรองรับผู้ใช้ที่เติบโตถึง 400% การทำให้แพลตฟอร์มมีความเสถียรมากพอและโฟกัสการให้บริการที่ดีแก่ลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

นอกจากนี้ การที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับเงินสดมาตลอด ทีมพัฒนาก็ต้องมองหาและหยิบยก pain points ของผู้ใช้ที่ยังไม่มีใครมองเห็น เพื่อนำมาต่อยอดสร้างเป็นนวัตกรรมบริการใหม่ ๆ บน e-Wallet ที่จะช่วยตอบโจทย์ อีกทั้งยังต้องทำให้ feature ต่างๆ ใช้ง่ายและสะดวกกว่าการใช้เงินสด

ด้าน คุณกรวุฒิ ปวิตรปก ผู้อำนวยการฝ่ายทางพาณิชย์ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ได้พูดเสริมตรงนี้ว่าเวลาวัดความสำเร็จ บริษัทอื่นอาจจะมองจากเรื่องรายได้เป็นหลัก แต่ TrueMoney Wallet ถูกวัดความสำเร็จด้วยตัวเลขผู้ใช้และความถี่ในการใช้

เพราะยิ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ก็แปลว่าบริการเป็นที่ยอมรับและตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง ๆ ซึ่งในอีกมุมก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าแพลตฟอร์มของบริษัทฯ สามารถช่วยผลักดันให้ cashless society เกิดขึ้นได้ และเป็นแรงกระตุ้นให้คนทำงานอยากพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นด้วย

 

Purposeful-led fintech company

คุณณัฐวดี บอกว่าเพราะการช่วยให้คนทุกคนเข้าถึงนวัตกรรมทางการเงินได้ และยกระดับชีวิตของพวกเขาคือพันธกิจสำคัญของ Ascend Money

ลองจินตนาการถึงคนค้าขายหาเช้ากินค่ำ ที่หาเวลาไปเข้าแถวทำธุรกรรมแทบไม่มี หรือคนอาชีพอิสระที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้หรือการลงทุนได้ง่ายนัก

นี่เป็นเหตุผลที่ในช่วง 2-3 ปีมานี้ Ascend Money ได้พัฒนาและขยายบริการทางการเงินต่างๆ บนแพลตฟอร์ม TrueMoney Wallet ให้ครอบคลุมไม่เฉพาะแค่เติม จ่าย โอน แต่ยังสามารถกู้เงิน ฝากเงิน และลงทุนได้ด้วย โดยจุดเด่นคือการสร้างนวัตกรรมการเงินที่เข้าถึงง่าย

ยกตัวอย่าง การยื่นกู้เงินที่เพียงใช้บัตรประชาชนใบเดียว รู้ผลได้ใน 5 นาที หรือการเปิดบัญชีซื้อขายกองทุนที่ช่วยให้มือใหม่สามารถเรียนรู้และเข้าถึงนับพันกองทุนได้ ไม่จำกัดค่าย และมีเงินไม่เยอะก็เริ่มลงทุนได้

 

การทำงานที่ท้าทายแต่แข็งแกร่ง และสำเร็จได้ด้วยทีมเวิร์คที่ดี

การที่ตลาดฟินเทคได้เข้ามาสู่ยุคที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทำให้มีความท้าท้ายใหม่ๆ เข้ามาโดยตลอด ในเรื่องนี้ คุณกรวุฒิ เล่าให้ฟังว่าการทำงานที่ Ascend เปิดกว้างและกระตุ้นให้ทุกคนกล้าที่จะลองทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ

เพราะการสร้างนวัตกรรมเริ่มจากความสามารถในการคิดนอกกรอบ เลือกที่จะลองทำ แทนที่จะเก็บไว้เป็นแค่ไอเดียในหัว เพราะถ้าได้ลองทำ จะได้รู้ว่ามันได้ผลหรือไม่ ถ้าไม่ก็สามารถเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นที่ดีกว่าได้

โดยบอกว่าเวลามีไอเดียใหม่ ๆ เกิดขึ้น ก็จะระดมทีมที่เกี่ยวข้องเพื่อคุยกันก่อน ถ้าเห็นโอกาสก็จะลงมือทำทันที ซึ่งบางครั้งอาจใช้เวลาแค่สัปดาห์เดียวก็ได้ จากนั้นคือการรอดูฟีดแบ็กจากลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนาต่อให้ดีขึ้น โดยมีหลากหลายทีมงานช่วยกัน

 

อายุไม่เกี่ยว Passion สำคัญกว่า

นอกจากนี้ คุณสถาพรบอกว่าด้วยความที่บริษัทเติบโตค่อนข้างเร็ว จึงต้องการคนจำนวนมาก ซึ่งบางครั้งก็ต้องเฟ้นหาแข่งกันในอุตสาหกรรมฟินเทคที่ต้องการได้คนมีฝีมือเหมือนกัน

โดยทั้งสามท่าน มองว่าสิ่งสำคัญในการทำงานกับ Ascend Money ไม่ใช่เรื่องอายุหรือทักษะ ที่จำเป็นจริง ๆ มีอยู่สองเรื่องคือการคิดนอกกรอบ พร้อมจะมองหาสิ่งใหม่ ๆ โดยไม่ยึดติด และสปิริตของคนที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ เวลาเจอปัญหา โดยเชื่อว่าถ้ามีความมุ่งมั่นมากพอ ก็จะหาทางแก้ได้ในที่สุด เพราะเรามีทีมที่ดีและพร้อมช่วยเหลือกันอยู่แล้ว

โดยคุณณัฐวดี ก็เสริมว่าปัจจุบันนอกจากตนเองจะเป็นหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ของ ทรูมันนี่ แต่ก็ได้รับความไว้วางใจให้เป็นรองประธารบริหารของ Ascend Wealth บริษัทลูกของ Ascend Money ด้วย ซึ่งถือว่าไวมากกับการทำงานที่นี่เพียง 5 ปี แต่ก็ได้รับโอกาสให้ลองทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ซึ่งต้องเรียนรู้ควบคู่กันไป ทั้งเรื่องธุรกิจ การสร้างผลิตภัณฑ์ พัฒนาทีม ไปจนถึงการเงิน

กลายเป็นว่าการต้องเรียนรู้หลายอย่าง ทำให้เติบโตและก้าวมาถึงจุดนี้ค่อนข้างเร็ว และน่าจะเป็นแรงกระตุ้นที่ดีสำหรับเด็ก ๆ ในบริษัท ที่ได้เห็นว่าการสร้างอิมแพกต์ให้บริษัทได้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องอายุ เพศ หรือแม้แต่สกิลเก่า

เพราะที่ Ascend สิ่งสำคัญคือ Passion ที่อยากจะสร้างนวัตกรรมทางการเงินเพื่อเปลี่ยนโลก เหมือนที่ทำให้ e-Wallet กลายมาเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญของคนเช่นในทุกวันนี้

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
1
Shares
Previous Article
อีลอน มัสก์

ย้อนรอย 2021 กับ อีลอน มัสก์ บุคคลแห่งปีของ TIME

Next Article
Tesla

หนูเกิดในรถ Tesla : ครอบครัวในซีแอตเทิลเผยได้ Autopilot ช่วยพาส่งโรงพยาบาล

Related Posts