Ubiquitous Energy สตาร์ทอัพกระจกโซลาร์กลาส เปลี่ยนตีกระฟ้าเป็นโซลาร์ฟาร์ม

เทคโนโลยีการนำแสงอาทิตย์มาแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้านั้น เกินมากว่าครึ่งศตวรรษแล้ว แต่ยังไม่สามารถผลักดันให้เป็นแหล่งพลังงานหลักได้ ด้วยหลาย ๆ เหตุผล

หนึ่งในนั้นคือการติดตั้งที่ต้องทำในแนวราบ ซึ่งไม่เหมาะกับอาคารสูง

แต่ในอนาคตอันใกล้ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ จะมีบทบาทมากขึ้น เมื่อกระจกถูกพัฒนาให้มีคุณสมบัติแบบเดียวกับแผงโซลาร์เซลล์ (เรียกสั้น ๆ ว่า โซลาร์กลาส )

มีสตาร์ทอัพและทีมวิจัยหลายรายพยายามพัฒนาโซลาร์กลาสมาโดยตลอด

แต่ติดปัญหาเรื่องความโปร่งแสงและโปร่งใส ในกรณีที่ต้องใช้เพื่อการมอง ยังมีปัจจัยอื่นอย่าง หมอกและไอน้ำ รวมถึงประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า

ล่าสุด เรากำลังจะได้เห็นโซลาร์กลาสถูกพัฒนาและผลิตสู่ท้องตลาดภายในปี 2024 โดยฝีมือของสตาร์ทอัพอเมริกันที่ชื่อ Ubiquitous Energy

โซลาร์กลาสของ Ubiquitous Energy เป็นกระจกเคลือบด้วยสารกึ่งตัวนำในลักษณะฟิล์ม ซึ่งมีความหนาในระดับนาโนมิเตอร์ มีสายไฟขนาดเล็กที่จะส่งไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเพื่อกักเก็บหรือใช้งาน

Ubiquitous Energy ไม่ใช่สตาร์ทอัพหน้าใหม่ เพราะก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2011 โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรของ MIT และมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมิชิแกน

แต่กว่าจะพัฒนาให้กระจกที่ผลิตพลังงานไฟฟ้ามีราคาที่จับต้องได้ ก็กินเวลานานกว่าสิบปี

แม้ปัจจุบัน ราคาจะลดลงมากแล้ว แต่ก็ยังสูงกว่ากระจกทั่วไป 30% และมีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าที่ 10%

หรือประมาณครึ่งหนึ่งของแผงโซลาร์เซลล์ปกติในท้องตลาด (ประสิทธิภาพของแผงโซลาร์เซลล์ วัดจากกำลังไฟต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่หน้าตัด)

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้โซลาร์กลาสผลิตกำลังไฟได้น้อยกว่า เพราะปกติกระจกจะอยู่ในแนวตั้งตามลักษณะตัวอาคาร ต่างจากแผงโซลาร์เซลล์ที่วางในแนวนอน เพื่อให้รับแสงอาทิตย์ได้เต็มที่

แต่ศักยภาพในอนาคตของเทคโนโลยีนี้ ก็ทำให้ Andersen Corporation ผู้ผลิตกระจกและบานประตู และ VC จำนวนหนึ่ง พร้อมสนับสนุน จนบริษัทได้ทุนเพิ่มมาอีก 30 ล้านดอลลาร์ ในระดมทุนครั้งล่าสุด

ตัวแทนของ Andersen Corporation แสดงความเชื่อมั่นในโซลาร์กลาสของ Ubiquitous Energy เพราะเห็นจุดเด่นในเรื่องฟิล์มซึ่งยังรักษาความโปร่งใสไว้ได้ โดยไม่กระทบการมองเห็น และสามารถติดตั้งในกรอบหน้าต่างได้เหมือนกระจกทั่วไป ซึ่งแตกต่างจากผู้พัฒนารายอื่น ๆ

ซูซาน สโตน ซีอีโอของ Ubiquitous Energy เล่าว่าด้วยเงินทุนก้อนนี้ การพัฒนาและผลิตโซลาร์กลาสแบบแมสโปรดักชั่น น่าจะเป็นรูปร่างได้ช่วงต้นปี 2024

และจะเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนตึกระฟ้าทั่วโลกให้เป็นโซลาร์ฟาร์มได้ ตามด้วยเป้าหมายใหญ่ของบริษัทฯ คือผลิต โซลาร์กลาส สำหรับอาคารทั่วโลก ให้ได้ถึง 1,000 ล้านตารางฟุต ภายในปี 2050

สโตน ยังมองอนาคตของ Ubiquitous Energy ไปไกลกว่าธุรกิจวัสดุก่อสร้าง เพราะโซลาร์กลาสสามารถประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้

ตั้งแต่อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ ยานยนต์ไฟฟ้า หรือแม้แต่การเกษตร

นั่นหมายความว่าในอนาคต เราอาจขับรถ EV หรือใช้ดีไวซ์ต่าง ๆ ที่ใช้ไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์แทนการชาร์จก็ได้

เรียบเรียงจาก
Solar window start-up aims to turn skyscrapers into vertical solar farms with investment from major window manufacturer

Ubiquitous Energy

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
0
Shares
Previous Article
ธุรกิจค้าปลีก ปี 2022

5 เทรนด์เทคโนโลยีสำคัญในธุรกิจค้าปลีก ปี 2022

Next Article

IreneDAO NFT อินฟลูเอนเซอร์สาว ปูทางสู่ยุคโซเชียลแบบ Web3

Related Posts