ทักษะดิจิทัล

ปรับตัวอย่างไร ในวันที่ทักษะดิจิทัลสำหรับตลาดแรงงานเปลี่ยนไป?

เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงภาคอุตสาหกรรมและองค์กรต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ หรือไม่กี่วัน ทั้งที่เคยต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปี

ที่ Amazon Web Services (AWS) เราได้เห็นถึงความต้องการบุคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัล ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และยิ่งเพิ่มขึ้นอีกมากในช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ที่บีบให้การมีปฏิสัมพันธ์ของผู้คนเปลี่ยนไปสู่โลกออนไลน์มากขึ้น

ทำให้คลาวด์กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับองค์กรในการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล เพื่อให้ทันกับวิถีชีวิตแบบ new normal

เพื่อให้เข้าใจถึงภูมิทัศน์ของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลง และช่วยให้ลูกค้าจัดการกับอุปสรรคด้านทักษะดิจิทัล

AWS ได้มอบหมายให้บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และเศรษฐศาสตร์ AlphaBeta ทดสอบและสำรวจความต้องการด้านทักษะขององค์กรต่าง ๆ ทั่วออสเตรเลีย อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และเกาหลีใต้

งานวิจัยนี้ได้สำรวจบุคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัลจำนวน 7,193 ราย ทั้งที่มีบทบาทในด้านเทคโนโลยีและที่ไม่ใช่เทคโนโลยี รวมถึงนายจ้าง 2,166 รายทั่วภูมิภาค จากภาครัฐ เอกชน และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีขนาดและจากอุตสาหกรรมที่ต่างกัน

รายงานวิจัย “การสร้างทักษะดิจิทัลสำหรับตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป (Building Digital Skills for the Changing Workforce)” ของ AlphaBeta แสดงให้เห็นความจำเป็นสำหรับบุคลากรและนายจ้าง ในการเพิ่มพูนความทักษะดิจิทัลและใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยี ในทั้ง 7 ประเทศ

งานวิจัยพบว่าในปีถัดไป นายจ้างต้องฝึกอบรมทักษะดิจิทัลให้บุคลากรอีก 86 ล้านคน เทียบเท่ากับ 14% ของแรงงานทั้งหมดในปัจจุบัน เพื่อให้ทันเทคโนโลยี พร้อมยกตัวอย่างถึงวิธีทำงานร่วมกันเพื่อรับมือกับความท้าทายนี้

 

เน้นที่การประมวลผลคลาวด์ และความปลอดภัยทางไซเบอร์

ในงานวิจัยชิ้นนี้ พูดถึงความเร่งด่วนของทักษะใหม่ ๆ รวมถึงสาขาต่าง ๆ ของอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นที่ต้องการ โดยทักษะที่นำเป็นอันดับต้น ๆ ได้แก่

ความสามารถในการใช้เครื่องมือต่าง ๆ บนระบบคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องมือสำหรับนักพัฒนา ซอฟต์แวร์ด้านการสื่อสาร ซอฟต์แวร์ด้านการบัญชี และซอฟต์แวร์ด้านการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM)

เมื่อองค์กรบริษัทต่าง ๆ เปลี่ยนไปใช้ระบบคลาวด์มากขึ้น อีกเรื่องซึ่งเป็นที่ต้องการเช่นกัน คือการทำให้แน่ใจว่าองค์กรสสามารถรักษาความปลอดภัยได้ในระดับสูงสุด ป้องกันข้อมูลสูญหาย และปฏิบัติตามข้อบังคับข้อมูลความเป็นส่วนตัว

การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ จึงเป็นทักษะที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดเป็นอันดับสอง โดยเฉพาะทักษะการพัฒนาและปรับใช้โปรโตคอล รวมถึงเครื่องมือสำหรับจริยธรรมดิจิทัล (digital ethics) และการรักษาความปลอดภัย

ทักษะที่เป็นที่ต้องการของตลาด 10 อันดับแรก ได้แก่ ความสามารถในการประมวลผลบนระบบคลาวด์ขั้นสูง เช่น การออกแบบสถาปัตยกรรมระบบคลาวด์ และความสามารถในการโยกย้ายโครงสร้างพื้นฐานแบบ on-premises ไปยังระบบคลาวด์

การนำระบบคลาวด์มาใช้ ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการ Digital Transformation ขององค์กร เนื่องจากความง่าย ความยืดหยุ่น และความสามารถในการปรับขนาดที่ระบบคลาวด์มีให้

 

ความเข้าใจประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับทักษะดิจิทัล

ผลการวิจัยระบุว่า พนักงานองค์กรเข้าใจความจำเป็นของการมีทักษะดิจิทัล โดย 88 % ระบุว่าต้องการพัฒนาทักษะด้านนี้มากขึ้น เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงในอาชีพการงาน เนื่องจากโควิด-19 และ 64% รู้สึกว่าต้องได้รับการฝึกอบรมทักษะที่เกี่ยวข้องกับคลาวด์ ภายในปี 2568 เพื่อความก้าวหน้าในอาชีพการงาน

อีกด้าน 85% ขององค์กรต่าง ๆ ระบุว่าการฝึกอบรมทักษะดิจิทัล ช่วยให้บรรลุเป้าประสงค์ด้านดิจิทัลได้เร็วขึ้น ขณะที่ 90% พบว่าความพอใจของพนักงานเพิ่มขึ้น และ 88 % กล่าวว่าการฝึกอบรมทักษะดิจิทัล ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน

อย่างไรก็ตาม แม้ 97% ขององค์กร จะตระหนักถึงความจำเป็นในการฝึกอบรมพนักงาน แต่มีเพียง 29 % ที่มีแผนดำเนินงาน

งานวิจัยพบว่า 93% ขององค์กรและบุคลากร พบอุปสรรคในการเข้าถึงทักษะดิจิทัลที่จำเป็น โดยความท้าทายหลักสองเรื่อง คือทางเลือกที่มีจำกัด และการไม่มีเวลาติดตามการฝึกอบรม ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคขัดขวางการเติบโตของแรงงานและเศรษฐกิจทั้งหมด

 

รัฐและเอกชน จะรับมือกับความท้าทายด้านทักษะดิจิทัลอย่างไร

การฝึกอบรมบุคลากรให้ได้จำนวนที่องค์กรต่าง ๆ ต้องการนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องร่วมมือกับ ผู้ให้บริการฝึกอบรม และนายจ้าง ด้าน AWS ก็ตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องเร่งทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและรัฐบาล เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างทันท่วงที

AlphaBeta แนะนำภาครัฐ ให้ส่งเสริมหลักสูตรทักษะดิจิทัลซึ่งเป็นที่ต้องการในตลาด ผ่านทางพอร์ทัลการฝึกอบรมออนไลน์

ด้านนายจ้างก็ใช้ประโยชน์จากหลักสูตรฝึกอบรมแบบไม่มีค่าใช้จ่าย เช่น เช่น พอร์ทัล Skill Finder ซึ่งมีหลักสูตรทักษะดิจิทัลระดับจุลภาค (digital micro-skills) กว่า 1,000 หลักสูตร ที่พัฒนาโดย AWS เพื่อพัฒนาพนักงานของตนได้

AWS ยังช่วยนายจ้างสร้างทักษะดิจิทัลภายในทีม ผ่านโปรแกรมต่าง ๆ อาทิ AWS Skills Guild ซึ่งเป็นโปรแกรมพัฒนาทักษะแบบครบวงจร สร้างความคล่องแคล่วด้านระบบคลาวด์ (cloud fluency) ซึ่งเปิดให้ลูกค้าของบริษัทได้ใช้บริการแล้ว อาทิ National Australia Bank (NAB) โคเรียนแอร์ (Korean Air) และโกลบ เทเลคอม (Globe Telecom)

รายงานยังแนะนำผู้ให้บริการฝึกอบรม ว่าควรทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เช่น ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาและบริษัทเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาหลักสูตรที่เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

หนึ่งในโปรแกรมดังกล่าว ได้แก่ Cloud Ready SG ซึ่งเป็นโปรแกรมทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและคลาวด์แบบองค์รวม ที่พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลสิงคโปร์และ AWS เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของการฝึกอบรมแบบครอบคลุมให้แรงงานสิงคโปร์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

รัฐบาลของแต่ละประเทศสามารถทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมทักษะระดับจุลภาค เพื่อช่วยให้พนักงานพัฒนาทักษะเดิมได้อย่างรวดเร็วเพื่อขยายโอกาสการจ้างงานและเชื่อมโยงช่องว่างด้านทักษะ

ระบบรับรองและพัฒนาความสามารถที่เฉพาะเจาะจง (micro-credential system) ซึ่งพัฒนาโดย New Zealand Qualifications Authority (NZQA) เพื่อรองรับความสำเร็จของทักษะในระดับที่เล็กกว่า เป็นแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในระดับสากลในการนี้

 

สนับสนุนทักษะดิจิทัลในกลุ่มผู้ขาดโอกาส

งานวิจัยยังนำเสนอมุมมองสำคัญอีกด้าน อย่าง ความจำเป็นในการจัดฝึกอบรมให้ชุมชน กลุ่มคนผู้ที่ยังไม่ได้รับโอกาสอย่างทั่วถึง (underserved communities) โดยเฉพาะ ผู้หญิง เยาวชนที่มีความเสี่ยง ผู้ว่างงาน ชุมชนในชนบท และแรงงานข้ามชาติที่มีทักษะต่ำ

เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มักเผชิญกับความท้าทายมากกว่า สำหรับการเข้าถึงโอกาสฝึกอบรมทักษะดิจิทัล

เพื่อรับมือความท้าทายนี้ AWS จึงใช้งบประมาณหลายร้อยล้านดอลลาร์ เพื่อสร้าง AWS Skills Builder สำหรับให้บริการการฝึกอบรมทั่วโลกโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยพัฒนาทักษะให้แรงงาน 29 ล้านคนทั่วโลก ภายในปี 2025 ขอเพียงเข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตได้

AWS Skills Builder เป็นหลักสูตรแบบ on-demand พร้อมให้บริการใน 16 ภาษา โดยไม่มีค่าใช้จ่าย มากกว่า 500 หลักสูตร

และยังได้ทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ออสเตรเลีย มหาวิทยาลัยดงอา (Dong-A University) เกาหลีใต้ กระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรมของอินโดนีเซีย กระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์ และกระทรวงการอุดมศึกษาของมาเลเซีย เพื่อเปลี่ยนแปลงการถ่ายทอดหลักสูตร (course delivery) พัฒนาประสบการณ์ของนักเรียนนักศึกษา และปรับปรุงผลลัพธ์การเรียนรู้ (learning outcomes)

นอกจากนี้ ยังมีโครงการ AWS re/Start เป็นหลักสูตรแบบเรียนเต็มเวลา 12 สัปดาห์ ไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้แบบฝึกหัดตามสถานการณ์เสมือนจริง บทเรียนในห้องปฏิบัติการ และการเรียนแบบรายวิชา (coursework) เพื่อสร้างทักษะและโอกาสทางอาชีพ สำหรับผู้ที่ว่างงาน หรือผู้ทำงานต่ำระดับ (underemployed people) ที่กำลังมองหางานด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง

AWS re/Start พร้อมให้บริการในกว่า 39 ประเทศทั่วโลก รวมถึงออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย และมาเลเซีย

ทีมงาน Education to Workforce (E2W) ของ AWS ยังจัด Build On กิจกรรมแฮกกาธอนประจำปีสำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่รักในระบบคลาวด์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีทักษะการเขียนโค้ด ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เกี่ยวข้องหลายพันคนในแต่ละปี

ผู้ชนะอันดับต้น ๆ ของกิจกรรม จะยังได้รับโอกาสการฝึกงานจาก National University Health System (NUHS) ของสิงคโปร์ และ Versent ออสเตรเลีย กิจกรรมแฮกกาธอน Build On นี้เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม กัมพูชา และปากีสถาน

 

ชุมชนระดับโลกที่หลากหลาย พร้อมทักษะดิจิทัล

เพื่อสร้างบุคลากรให้หลากหลายและพร้อม รัฐบาล ผู้ให้บริการฝึกอบรม และนายจ้าง จึงต้องทำงานร่วมกัน เพื่อมอบการฝึกอบรมทักษะ ที่เข้าถึงได้และตรงเป้าหมาย

เป้าหมายของ AWS คือการช่วยเหลือผู้คน ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับมืออาชีพให้ช่ำชองด้านเทคโนโลยี ได้รับทักษะใหม่ ๆ ด้านคลาวด์คอมพิวติ้ง และมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมและรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนทักษะแรงงานด้านดิจิทัล ด้วยการส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต

AHEAD ASIA นวัตกรรม ล้ำหน้า

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
15
Shares
Previous Article
SHARGE

SHARGE จับมือ 50 พันธมิตร กางโรดแมป รับนโยบาย EV 1 ล้านคัน

Next Article
The Next Chapter

Bitkub Chain เปิดตัวพันธมิตร และ Bitkub Metaverse ในงาน The Next Chapter

Related Posts