นาย Pham Quang Minh

ทำไมธนาคารไทย ต้องสนใจ Buy Now Pay Later หรือ “ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง”

ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ตลาดค้าปลีกที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เพราะเป็นประเทศที่กลุ่มผู้บริโภค Digital – First นำเทรนด์ใหม่ มาใช้เป็นกลุ่มแรก

ทำให้อีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็ว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

คาดการณ์กันว่าการตลาดบนมือถือผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น จะเติบโตต่อปีที่ 12% คิดเป็น 25,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2566

ทั้งจากกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค หรือกลุ่มแฟชั่น

ผู้ค้าปลีกออนไลน์ในหลายอุตสาหกรรม ก็กำลังมองหาปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลกำไรอย่างต่อเนื่องด้วยข้อเสนอและทางเลือกในการชำระเงินดึงดูดและสะดวกสำหรับลูกค้า

บริการสินเชื่อ  จุดขาย (POS) ที่เรียกว่า Buy Now Pay Later (BNPL) หรือซื้อก่อนจ่ายทีหลังกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

เพราะเป็นบริการที่ win-win สำหรับผู้ค้าปลีกและลูกค้า เพราะไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ให้ผู้ค้าปลีก แต่ยังสนับสนุนให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น

ทางเลือกใหม่นี้กำลังเติบโต ขณะที่ BNPL Gross Merchandise Value ของประเทศ จะเติบโตถึงระดับ15,818.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2571 (เพิ่มขึ้นจาก 893.1 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2564)

สถาบันการเงินจึงต้องตัดสินใจว่าจะนำ BNPL มาปรับใช้ หรือเสี่ยงต่อการถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

 

สูตรสำเร็จเบื้องหลัง BNPL

 BNPL เป็นการจัดหาเงินทุนระยะสั้นประเภทหนึ่ง ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระค่าสินค้าในอัตราดอกเบี้ยต่ำหรือไม่คิดดอกเบี้ย ซึ่งเงื่อนไขการชำระคืนนั้นขึ้นกับผู้ให้บริการ BNPL

แต่ทั่วไป จะรวมการชำระเงินเต็มจำนวนภายในสิ้นเดือน ภายในรูปแบบ pay-in-3 ที่มีการชำระเงินรายเดือนเท่ากันสามครั้ง หรือรูปแบบ pay-in-4 ที่มีการชำระเงินรายปักษ์สี่ครั้งเท่ากัน

ข้อดีของ BNPL ทั้งรวดเร็ว สะดวก ยืดหยุ่น และเป็นกลางกับทุกฝ่าย เหมาะกับผู้บริโภคที่มีความเข้าใจด้านดิจิทัล แต่มีทรัพยากรทางการเงินที่จำกัด เช่น ผู้หางาน นักศึกษาระดับเริ่มต้น ผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคาร หรือเข้าไม่ถึงด้านเครดิตและเงินกู้

เพราะ BNPL ไม่จำเป็นต้องเข้าถึงเงื่อนไขที่ซับซ้อนของเครดิตในการผ่อน และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เวลาที่ซื้อ

ผู้ค้าที่รวม BNPL ไว้เป็นตัวเลือกในการชำระเงิน ก็มีโอกาสที่จะมี sales conversion สูงขึ้น และปริมาณการซื้อที่สูงขึ้น

41% ของผู้บริโภคทั่วโลก มีแนวโน้มจะใช้จ่ายในร้านค้าที่ให้บริการแบบ BNPL เห็นได้จากการที่ Hype ผู้ค้าปลีกแฟชั่นในสหราชอาณาจักร มี online conversion เพิ่มขึ้น 38% ในช่วงที่ผ่านมา

 

ทางเลือกของธนาคารในไทย

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การระบาดของโควิด การเติบโตของอีคอมเมิร์ซ และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ เป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตของ BNPL ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ไปจนถึงผู้ให้กู้ และธนาคาร

ผลการศึกษาพบว่า 70% ของผู้ที่เคยใช้ BNPL ทั่วโลก พร้อมจะใช้บริการจากธนาคารที่เปิดบัญชีต่อไป ถ้าทางธนาคารพร้อมให้บริการ BNPL

แต่ปัจจุบัน ธนาคารของไทยบางส่วน ยังลังเลที่จะนำบริการนี้มาใช้ ซึ่งอาจทำให้สูญเสียโอกาสได้ เพราะBNPL กำลังมีบทบาทเหนือบริการทางการเงินแบบดั้งเดิม เช่น สินเชื่อธนาคาร สินเชื่อส่วนบุคคล หรือแม้แต่บัตรเดบิต

การเพิ่ม BNPL เป็นทางเลือกด้านบริการ จะช่วยให้ธนาคารมีบทบาทสำคัญต่อความสัมพันธ์ของผู้ค้าและคุณค่าที่ส่งมอบให้ลูกค้า พร้อมเพิ่มรายได้ผ่านการ cross-selling และการหาลูกค้าใหม่สำหรับองค์กร

 

พันธมิตรที่ช่วยอำนวยความสะดวก

ขณะเดียวกัน ธนาคารและผู้ค้าปลีกที่ต้องการใช้บริการ BNPL ควรเลือกพันธมิตรที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผ่านโซลูชันที่ยืดหยุ่น และความเชี่ยวชาญด้านโดเมน

Mambu คือตัวเลือกที่พร้อมช่วยให้ลูกค้าสร้างโปรแกรมโซลูชัน BNPL ตั้งแต่ต้นจนจบในไม่กี่สัปดาห์ โดยใช้เอ็นจิ้นหลักของ Mambu ร่วมกับเฟรมเวิร์กสำหรับทำงานร่วมกันระหว่างผู้ให้บริการ third-party เพื่อการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

*บทความประชาสัมพันธ์ โดย นาย Pham Quang Minh ผู้จัดการทั่วไปของ Mambu ประเทศไทย

Subscribe to Our Newsletter

Loading
Total
5
Shares
Previous Article
Cloud-Smart

VMware นำเสนอ Cloud-Smart ยกระดับประสบการณ์การมัลติคลาวด์แก่ผู้ใช้

Next Article
Amity

Amity จับมือพันธมิตร จัดกิจกรรม Android Developer Meetup 08.2022

Related Posts