เป็นหนึ่งในสโมสรที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับแฟนฟุตบอลทั่วโลก ด้วยผลงานประวัติศาสตร์เตะ 38 นัดไม่ประสบความปราชัยแม้แต่เกมเดียว ผงาดครองแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2003/04 อย่างไร้คู่ต่อกร จากวันนั้นจนวันนี้ ผ่านมาเป็นปีที่ 14 อาร์เซน่อล ไม่สามารถผลิตซ้ำความสำเร็จแบบนั้นได้อีกเลย ภาพจำสำคัญคือการวนเวียนจบเพียงอันดับ 4 ของลีก, ต้องจำยอมปล่อยนักเตะคนสำคัญให้คู่แข่งรายรอบอยู่เสมอ, ตกรอบฟุตบอลสโมสรยุโรป UEFA Champions League ในรูปแบบซ้ำๆ และมี New Low กับช่วงหลังที่หลุดไปเล่นถ้วยรอง UEFA Europa League แล้ว อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความตกต่ำในเชิงฟุตบอลของอาร์เซน่อล หากตรวจดูสภาพคล่องทางการเงินของพวกเขา จะพบความแตกต่างอย่างชัดเจน และในการเปิดประตูสู่สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เป็นสโมสรแรกของโลก ก็น่าตั้งคำถามว่าสิ่งนี้จะสร้างประโยชน์ให้พวกเขาอย่างไร เช่นเดียวกับอนาคตหลังจากนี้ ความแข็งแกร่งทางการเงินที่เป็นจะส่งผลให้ภาพในสนามเป็นไปแบบไหน 14 ปีที่ผ่านไปอย่างไม่ไหลย้อนคืน มีโอกาสไหมที่จะสิ้นสุดการรอคอยในเวลาอันใกล้...   ปืนใหญ่กับ CashBet...
หนึ่งในสิ่งที่เอินย้ำเสมอคือ แบรนด์ต้องมี brand D.N.A. ที่ชัดเจน เพราะการมี D.N.A. ที่ชัดเจนจะทำให้เราสามารถกำหนดกลยุทธ์ได้ชัดเจนไปด้วยค่ะ ที่สำคัญคือมันทำให้เราไม่หลงทาง ไม่เผลอไปทำอะไรที่มันหลุดแบรนด์ของเรา นอกจาก D.N.A. ของเราแล้ว แบรนด์ต้องเข้าใจ D.N.A. ของกลุ่มเป้าหมายด้วย อาจเป็น D.N.A. ที่ตรงกัน หรือต่างกัน ...แต่ที่สำคัญคือต้องเข้ากันได้ แต่นอกเหนือไปจาก Brand D.N.A. ซึ่งเป็นรากฐานของแบรนด์แล้ว สิ่งที่แบรนด์ยุคนี้ต้องมี คือเหตุและผลในการคงอยู่ที่มากไปกว่าการขายของ พูดง่ายๆ คือแบรนด์ต้องมีความหมาย ต้องมีคุณค่า ที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายตรึงใจและพร้อมเติบโตไปกับแบรนด์ เอินพูดเสมอว่า มีแค่โลโก้ หรือมีแค่ความงามไม่พอ เราจะมีแบรนด์ได้ก็เมื่อเรามีคนจดจำเราได้ รู้ว่ามาที่เราแล้วจะได้รับประสบการณ์แบบไหน แต่แบรนด์ที่จะอยู่ได้ในระยะยาวต้องมีความหมายมากกว่านั้นอีกค่ะ   แบรนด์ยุคนี้ต้องมีความหมาย เอินขอเริ่มตรงนี้ดีกว่า ในฐานะคนทำ branding สิ่งที่เอินต้องคำนึงถึงเสมอคือ “แบรนด์นี้มีอยู่เพื่ออะไร เพื่อใคร...
Ubi societas, ibi ius ที่ใดมีสังคม ที่นั่นมีกฎหมาย วันนี้ผมประเดิมเขียนบทความแรกให้คอลัมน์ใน AHEAD.ASIA ก็ขอเริ่มต้นด้วยภาษิตละตินโบราณที่นักกฎหมายชอบใช้กันเสียหน่อย แต่ไม่ต้องกังวลว่าบทความของผมจะโบราณเหมือนภาษิตนี้นะครับ แต่สิ่งที่ผมต้องการสื่อก็คือ ไม่ว่าจะอยู่ในยุคใด สมัยใด มนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์สังคม ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงกฎหมายได้ เพราะกฎหมายจะเป็นสิ่งที่ทำให้สังคมนั้นอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขนั่นเอง แม้กระทั่งในยุคปัจจุบันที่หลายคนที่มีความฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และหันมาทำสตาร์ทอัพกันมากขึ้น กฎหมายก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สตาร์ทอัพขนาดใหญ่หลายเจ้าก็ประสบกับปัญหาด้านกฎหมาย แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้บริหารว่าจะจัดการยังไง ทำให้มันถูกต้องดีไหม ? หรือจะหลบ ๆ ซ่อน ๆ ทำผิดต่อไป แล้วคอยหาทางหนีทีไล่เป็นครั้ง ๆ ไปดี แต่บางเจ้าก็ให้สัมภาษณ์ว่า “เราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เพียงแต่กฎหมายไม่รองรับรูปแบบการทำธุรกิจของเราเท่านั้นเอง” (แต่แบบนี้นักกฎหมายเรียกว่าผิดครับพี่)   เมื่อเราหลีกเลี่ยงกฎหมายไม่ได้ แล้วทำไมสตาร์ทอัพหลายอันถึงทำผิดกฎหมายล่ะ จริง ๆ ก็มีหลายสาเหตุนะครับ แต่ผมว่าที่สำคัญสุด 3 ข้อก็คือ   1. สตาร์ทอัพไม่มีที่ปรึกษากฎหมาย อาจจะดูเหมือนกำปั้นทุบดินไปหน่อย แต่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง เพราะคนจะเริ่มธุรกิจสตาร์อัพส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนเล็ก ๆ 2-3 คน...
52,711แฟนคลับชอบ
12ผู้ติดตามติดตาม
195ผู้ติดตามติดตาม

Recent Posts